มหาสมุทรแปซิฟิกเผชิญพายุหมุน 3 ลูกก่อตัวพร้อมกัน ท่ามกลางอิทธิพลเอลนีโญที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ นักวิทยาศาสตร์ชี้เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ไม่บ่อย
วันที่ 3 กันยายน 2569 ทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พายุเฮอริเคนกำลังแรง 2 ลูกและพายุโซนร้อนอีก 1 ลูก กำลังเคลื่อนตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก ท่ามกลางอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงเป็นประวัติการณ์
โดยระบุว่า พายุที่อยู่ทางตะวันตกสุดคือเฮอริเคนโลเวลล์ ตามด้วยเฮอริเคนคารินา โดยทั้งสองลูกมีกำลังระดับ 4 และคาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านทางใต้ของฮาวายและทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮาวายตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทาง โดยมีความเป็นไปได้ที่เฮอริเคนโลเวลล์อาจเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะทางตะวันตกสุดของฮาวาย นอกจากนี้ ทางตะวันออกของโลเวลล์และคารินา ยังมีพายุโซนร้อนมารี ซึ่งขณะนี้อยู่ห่างจากคาบสมุทรบาฮากาลิฟอร์เนีย ของเม็กซิโกไปทางใต้หลายร้อยกิโลเมตร และคาดว่าจะทวีกำลังเป็นเฮอริเคนภายในวันที่ 3 กันยายน
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากเอลนีโญเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการก่อตัวและทวีกำลังของพายุ โดยเมื่อมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอุ่นกว่าปกติ จะมีโอกาสเกิดพายุรุนแรงเพิ่มขึ้น พร้อมระบุว่า การพบพายุหมุน 3 ลูกเรียงตัวพร้อมกันในมหาสมุทรแปซิฟิกถือเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ยาก
ทางด้านนายเบนจามิน เคิร์ตแมน นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศจากมหาวิทยาลัยไมอามี กล่าวว่า มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงราว 20 ปีที่ผ่านมา และน้ำทะเลที่อุ่นทำหน้าที่เป็นพลังงานให้พายุ ขณะที่อิทธิพลของเอลนีโญทำให้แรงลมในแนวดิ่งเหนือแปซิฟิกลดลง ซึ่งเป็นสภาพที่เอื้อต่อการทวีกำลังของเฮอริเคน
ขณะเดียวกัน สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ประเมินว่า มีโอกาส 69% ที่ในปีนี้จะกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา และกำลังส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ทั่วโลก แม้คาดว่าปรากฏการณ์จะขึ้นถึงจุดสูงสุดในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม.
ที่มา AFP