ผู้นำสหภาพยุโรปกับนาโตยืนยันว่า จะยกระดับการกดดันรัสเซีย หลังจากเกิดเหตุโดรนโจมตีที่สนามบินในเยอรมนี และความพยายามก่อวินาศกรรมหลายครั้งในประเทศยุโรป
เมื่อวันพุธที่ 2 ก.ย. 2569 สหภาพยุโรป (EU) และองค์การนาโต (NATO) ประกาศเตรียมยกระดับการกดดันรัสเซีย หลังเกิดความพยายามโจมตีด้วยโดรนที่ท่าอากาศยานไลป์ซิก ในประเทศเยอรมนี แม้ว่าการโจมตีดังกล่าวจะประสบความล้มเหลว แต่ EU ถือว่านั่นเป็น “การยกระดับความรุนแรงครั้งใหม่”
ก่อนหน้านี้เยอรมนีชี้แจงว่า ผลการสืบสวนและข้อมูลข่าวกรองยืนยันว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนติดวัตถุระเบิดพยายามโจมตีเครื่องบินขนส่งสินค้าของยูเครนที่สนามบินไลป์ซิกเมื่อ 4 ส.ค. โดยพบหลักฐานชิ้นส่วนและระเบิดลักษณะเดียวกับที่รัสเซียเคยใช้ในปฏิบัติการไฮบริด (Hybrid operations) รวมถึงชี้ตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย
การค้นพบดังกล่าวทำให้เยอรมนีตอบโต้ด้วยการ สั่งปิดสถานกงสุลรัสเซียในเมืองบอนน์ และสั่งปิดสถาบันวัฒนธรรม Russian House ในเบอร์ลิน ขณะที่รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหา และขู่จะตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน โดยไม่ตัดโอกาสที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการทูต
นอกจากนั้น ยังเกิดเหตุที่ต้องสงสัยว่าเป็นการก่อวินาศกรรมหลายจุดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เช่น การโจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยและสายส่งไฟฟ้าในเยอรมนี กับเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตโดรนรบในโปแลนด์ ซึ่งผู้นำโปแลนด์ระบุว่าเป็นการวางเพลิงและก่อวินาศกรรมโดยเจตนา
นางเออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนายมาร์ก รุตเตอร์ เลขาธิการองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ยืนยันว่าจะไม่ยอมรับการกระทำของรัสเซีย และจะร่วมมือกันตอบโต้ให้เร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
EU เตรียมพิจารณาออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม การจำกัดการเดินทางของผู้ถือพาสปอร์ตรัสเซีย และการรับมือกับ “กองเรือเงา” (Shadow fleet) ของรัสเซียที่ใช้ขนส่งน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
ขณะเดียวกัน ยุโรปจะเดินหน้าสนับสนุนทางการเงินและอาวุธแก่ยูเครน รวมถึงโครงการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธร่วมกัน (Freyja) เพื่อกดดันให้รัสเซียยุติการโจมตียูเครน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc