นักเรียนและนักเรียนโรงเรียนประจำรวม 566 คน ในจังหวัดชวาตะวันออกของอินโดนีเซีย ต้องเข้ารับการรักษาจากอาหารเป็นพิษ หลังรับประทานอาหารจากโครงการอาหารฟรี ขณะที่หัวหน้าหน่วยโภชนาการยอมรับว่าอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้เพียง 4 ชั่วโมง ทางการเร่งตรวจสอบหาสาเหตุการปนเปื้อน แม้โรงครัวดังกล่าวจะได้รับใบรับรองด้านสุขอนามัยแล้วก็ตาม

นักเรียนและนักเรียนโรงเรียนประจำจำนวน 566 คนในอำเภอซิโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออกของอินโดนีเซีย ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาหลังมีอาการต้องสงสัยว่าอาหารเป็นพิษ จากการรับประทานอาหารในโครงการ "อาหารมีคุณค่าทางโภชนาการฟรี" (MBG) เมื่อวานนี้ (1 ก.ย.)

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อนักเรียนและนักเรียนโรงเรียนประจำจากสถานศึกษารวม 19 แห่ง โดยกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากเป็นนักเรียนของโรงเรียนประจำมันบาอุล ฮิกัม ในหมู่บ้านปูตัต เขตตังกูลังงิน ขณะที่นักเรียนจากโรงเรียนอื่น ๆ อีกหลายแห่งในพื้นที่ก็รายงานว่ามีอาการผิดปกติในลักษณะเดียวกันหลังรับประทานอาหารกลางวันจากโครงการ MBG

ราฟลี ริดโฮ หัวหน้าหน่วยบริการเติมเต็มโภชนาการ หรือ SPPG กาลิเตงะห์ ซึ่งเป็นผู้จัดเตรียมอาหารสำหรับพื้นที่ดังกล่าว กล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าอาหารที่ปรุงโดยโรงครัวมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการเก็บรักษา โดยสามารถอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้อง

ราฟลีเปิดเผยว่า กระบวนการเตรียมอาหารเริ่มตั้งแต่เวลา 05.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังปรุงและบรรจุอาหารเสร็จ อาหารถูกจัดส่งไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ในเวลาประมาณ 11.00 น.

ตามขั้นตอนปฏิบัติงานมาตรฐาน อาหารที่ส่งไปยังโรงเรียนจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้น หรือการประเมินทางประสาทสัมผัส โดยผู้รับผิดชอบของแต่ละสถานศึกษาก่อนให้นักเรียนรับประทาน

ราฟลีระบุว่า หลังสอบถามผู้รับผิดชอบของโรงเรียน ได้รับคำยืนยันว่าอาหารผ่านการตรวจสอบและไม่มีความผิดปกติ จึงยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงเกิดกรณีอาหารเป็นพิษตามมา

ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน ระบุว่า มีผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด 566 คน จากสถานศึกษา 19 แห่ง และในจำนวนนี้ 88 คนยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่ข้อมูลจากทางการท้องถิ่นระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและทยอยออกจากโรงพยาบาลแล้ว

โดยอาหารที่แจกจ่ายในวันเกิดเหตุประกอบด้วย ข้าวสวย ไข่คน เทมเปปรุงรสบาหลี ผัดถั่วแขกกับข้าวโพดอ่อน และแอปเปิล

ทางการกำลังเร่งตรวจสอบตัวอย่างอาหารเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยตำรวจได้เก็บตัวอย่างอาหารจากมื้อดังกล่าวเพื่อนำไปตรวจสอบในกระบวนการสอบสวน ขณะที่สำนักงานโภชนาการแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบกำกับดูแลโครงการ MBG กำลังตรวจสอบว่าอาหารที่นักเรียนรับประทานเป็นต้นเหตุของอาการป่วยหรือไม่

เอมิล เอลีสเตียนโต ดาร์ดัก รองผู้ว่าการจังหวัดชวาตะวันออก และประธานคณะทำงานโครงการ MBG ประจำจังหวัด ยืนยันว่า โรงครัว SPPG กาลิเตงะห์มี ใบรับรองมาตรฐานสุขอนามัยและสุขาภิบาล หรือ SLHS อยู่แล้ว เอมิลกล่าวว่า ผลการประเมินก่อนหน้านี้ระบุว่า อาคารสถานที่และอุปกรณ์ของโรงครัวมีความเหมาะสม ขณะที่เจ้าหน้าที่จำนวนมากผ่านการรับรองด้านการจัดการอาหาร และโรงครัวยังได้รับการรับรองฮาลาลด้วย

อย่างไรก็ตาม การมีใบรับรองไม่ได้หมายความว่าจะสามารถตัดความเป็นไปได้ของการปนเปื้อนออกไปได้ทั้งหมด เพราะ SLHS เป็นการประเมินระบบและโครงสร้างพื้นฐานของสถานประกอบการ แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต เช่น วัตถุดิบที่มีปัญหาตั้งแต่ต้น หรือการจัดเตรียมและส่งมอบอาหารไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนดในขั้นตอนปฏิบัติงานมาตรฐาน

เอมิลจึงย้ำว่า จำเป็นต้องมีการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อระบุแหล่งที่มาของการปนเปื้อนให้แน่ชัด ก่อนสรุปสาเหตุของการเจ็บป่วยครั้งนี้

เหตุการณ์ในซิโดอาร์โจเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลอินโดนีเซียในการปฏิรูปโครงการ MBG ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2025 โดยมีเป้าหมายจัดหาอาหารฟรีให้เด็กหลายสิบล้านคน เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ

แต่โครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีอาหารเป็นพิษ ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร และภาระด้านงบประมาณของรัฐบาล

ข้อมูลจากกลุ่มเฝ้าระวังภาคประชาสังคม Network for Education Watch ระบุว่า จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม มีรายงานผู้ป่วยอาหารเป็นพิษที่เชื่อมโยงกับโครงการ MBG แล้วประมาณ 37,600 ราย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปัญหาที่พบในหลายกรณีมักเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาอาหารที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการจัดส่งอาหารปรุงสุกล่าช้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและการเสื่อมคุณภาพของอาหาร

สำนักงานโภชนาการแห่งชาติยังไม่ได้ออกความเห็นโดยทันทีเกี่ยวกับเหตุการณ์ป่วยหมู่ครั้งล่าสุดในซิโดอาร์โจ แต่ก่อนหน้านี้หน่วยงานได้สั่งปิดโรงครัวหลายร้อยแห่ง เนื่องจากพบปัญหาต่าง ๆ รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านคุณภาพ

หน่วยงานดังกล่าวยังผ่านการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าหน่วยงานในเดือนมิถุนายน หลังผู้บริหารคนดังกล่าวถูกจับกุมในข้อกล่าวหาทุจริต ขณะที่รัฐบาลได้ปรับลดขอบเขตของโครงการลงบางส่วน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและผลกระทบต่อการขาดดุลงบประมาณของประเทศ

ผลสำรวจของสถาบัน Saiful Mujani Research and Consulting เมื่อเดือนกรกฎาคม พบว่า มีประชาชนเพียงประมาณ 1 ใน 3  ที่พึงพอใจกับโครงการอาหารฟรี โดยกรณีอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ความนิยมของโครงการลดลง.


ที่มา Kompas.com / Reuters