ประธานาธิบดีอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามข้อตกลงที่บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม และหลังจากทั้งสองฝ่ายยิงตอบโต้กันครั้งแรกในรอบ 1 เดือน

เมื่อวันอังคารที่ 1 ก.ย. 2569 ประธานาธิบดีอิหร่านออกมาระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะทำแบบเดียวกัน หากสหรัฐฯ ยอมปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างหนัก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีเตหะรานเพิ่มเติม

“ผมขอประกาศอย่างชัดเจนว่า หากสหรัฐฯ กลับมาปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านก็พร้อมที่จะปฏิบัติตอบในลักษณะเดียวกันทันที” นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวที่กรุงบิชเคก เมืองหลวงของประเทศคีร์กีซสถาน ระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO)

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 6 เดือนได้เปลี่ยนผ่านไปสู่การเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจ ก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดการโจมตีใส่เกาะลารัก (Larak Island) ของอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธข้ามคืนใส่ฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน

การโจมตีดังกล่าวตามมาด้วยรายงานเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ถูกโจมตีขณะแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เตหะรานย้ำมาโดยตลอดว่าจะยินยอมให้มีการเดินเรืออย่างเสรีผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็ต่อเมื่อวอชิงตันปฏิบัติตามข้อตกลงในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ข้อตกลงพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

นักข่าวจากฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) อ้างคำพูดของทรัมป์ที่ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีเมื่อวันจันทร์ว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก... และจะมีการตอบโต้อย่างแน่นอน” แม้ว่าประธานาธิบดีจะกล่าวแยกต่างหากกับผู้สื่อข่าวว่า การโจมตีระลอกใหม่นี้ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบก็ตาม

แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า การยิงปะทะกันดังกล่าวเป็นการ “เผชิญหน้าในวงจำกัดและอยู่ภายใต้การควบคุม” แต่ระบุว่าเตหะรานจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากถูกโจมตีอีกครั้ง


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna