"ซารา เนทันยาฮู" ภรรยาของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่านายยาอีร์ โกลัน นักการเมืองฝ่ายค้านและอดีตรองเสนาธิการกองทัพอิสราเอล อาจรู้ล่วงหน้าถึงแผนโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ก่อนเดินทางไปช่วยผู้ประสบภัย ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ตึงเครียดและการแบ่งขั้วอย่างรุนแรงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้
ซารา เนทันยาฮู ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ Channel 14 ซึ่งเป็นสื่อสนับสนุนรัฐบาล โดยตั้งข้อสงสัยต่อการเคลื่อนไหวของนายยาอีร์ โกลัน ในเช้าวันวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ว่า เขาสามารถ "แต่งตัวเตรียมพร้อม" และเดินทางไปถึงพื้นที่ทันทีในเวลาที่เร็วมาก ในขณะที่คนอื่นรวมถึงนายกรัฐมนตรีกลับไม่รู้อะไรเลย ซึ่งเธอตั้งคำถามในเชิงชี้นำว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีถึงไม่ได้รับแจ้งเตือนว่าสงครามกำลังจะเกิดขึ้น
แต่ในความเป็นจริงนายโกลัน ซึ่งเคยได้รับคำชมเชยอย่างกว้างขวางจากการขับรถไปยังพื้นที่สังหารหมู่ในเทศกาลดนตรีโนวาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง ได้ชี้แจงมาโดยตลอดว่าเขามุ่งหน้าไปทางใต้ในเวลาประมาณ 08.00 น. ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่การโจมตีเปิดฉากขึ้นไปแล้วราว 1 ชั่วโมงครึ่ง
คำกล่าวอ้างดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองทันที โดยนายโกลัน ออกมายืนยันว่าจะยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อภรรยาของนายกรัฐมนตรีในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากเธอไม่ได้คุ้มกันโดยเอกสิทธิ์ทางกฎหมาย
ขณะที่พรรคเดโมแครตของโกลันออกแถลงการณ์ประณามคำพูดของซารา เนทันยาฮูอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าเป็นคำพูดที่ใส่ร้ายและเป็นเท็จ พร้อมระบุว่าการเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดต่อโกลัน และการทำลายภาพลักษณ์ความกล้าหาญของเขาในวันที่ 7 ตุลาคม เป็นการ "ข้ามเส้นแดงที่ใกล้เคียงกับความวิกลจริต" พร้อมระบุว่าในขณะที่เนทันยาฮูมัวแต่แต่งหน้าและหาข้อแก้ตัว แต่นายโกลันกลับเดินหน้าไปช่วยชีวิตผู้คน
ด้าน กาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารและคู่แข่งคนสำคัญในการเลือกตั้ง และ นัฟตาลี เบนเนตต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ต่างออกมาประณามตระกูลเนทันยาฮูว่า กำลังใช้ทฤษฎีสมคบคิดที่เป็นเท็จและอันตรายเพื่อปลุกระดมความเกลียดชัง ปัดความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ และพยายามรักษาอำนาจทางการเมืองไว้
ข้อกล่าวหาของซารา เนทันยาฮูเกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงทางการเมืองของอิสราเอลเกี่ยวกับสาเหตุที่ประเทศไม่สามารถป้องกันการโจมตีครั้งใหญ่ของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ได้ โดยทฤษฎีที่กล่าวโทษว่าเกิด "การทรยศจากคนใน" ได้แพร่กระจายในกลุ่มการเมืองบางส่วนของอิสราเอล ผลสำรวจที่จัดทำให้สถานี Channel 13 เมื่อเดือนสิงหาคมพบว่า ชาวอิสราเอล 40% และผู้สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายขวา 63% เชื่อว่าการทรยศจากภายในมีส่วนทำให้เกิดเหตุโจมตีครั้งนั้น ซึ่งถือเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล
ก่อนหน้านี้ ยาอีร์ เนทันยาฮู บุตรชายของนายกรัฐมนตรี ก็เคยเสนอแนวคิดว่ามีการทรยศเกิดขึ้นก่อนการโจมตี อย่างไรก็ตาม เบนจามิน เนทันยาฮูเคยกล่าวต่อสมาชิกสภาว่า แม้จะเกิด "ความล้มเหลวด้านข่าวกรองอย่างร้ายแรง" ก่อนวันที่ 7 ตุลาคม แต่ "ไม่มีการทรยศ"
เมื่อถูกถามถึงทฤษฎีดังกล่าวโดยตรงระหว่างการสัมภาษณ์กับสถานีฯ Channel 14 ซารา เนทันยาฮูไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างชัดเจน โดยกล่าวเพียงว่าไม่ต้องการพูดเรื่องดังกล่าวและเห็นว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่แท้จริง
จนถึงขณะนี้ รัฐบาลอิสราเอลยังไม่ได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนระดับรัฐเพื่อตรวจสอบความล้มเหลวต่าง ๆ ที่นำไปสู่เหตุโจมตี แม้เหตุการณ์จะผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว และได้ทำให้สังคมอิสราเอลเกิดความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรง และการกล่าวหากันเรื่องความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตี 7 ตุลาคม กลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 27 ตุลาคม โดยเฉพาะการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเนทันยาฮูกับฝ่ายค้านที่ต้องการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ
ทั้งนี้ เหตุการณ์ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลดังกล่าวนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนราว 1,221 ราย และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 251 ราย ขณะที่การตอบโต้ทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 73,454 ราย ตามการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขกาซา ซึ่งได้รับการยอมรับข้อมูลโดยองค์การสหประชาชาติ.
ที่มา Times of Israel / AFP