สหภาพยุโรป บรรจุ ChatGPT เข้าสู่รายชื่อบริการดิจิทัลที่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นแล้ว นับเป็นแชตบอทเอไอตัวแรกที่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการนี้
เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 สหภาพยุโรป (EU) บรรจุชื่อ ChatGPT เข้าสู่รายชื่อ แพลตฟอร์มออนไลน์ กับ เสิร์ชเอนจินออนไลน์ “ขนาดใหญ่มาก” ซึ่งเป็นสถานะที่จะมาพร้อมกับข้อบังคับและการกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้นแล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกมาตรการนี้ถูกนำมาใช้กับปัญญาประดิษฐ์ประเภทแชตบอท
นอกจากนั้น EU ยังบรรจุแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Reddit และแพลตฟอร์มเกม Roblox เข้าสู่บัญชีดังกล่าวด้วย
นาง เฮนนา วีร์คคูเนน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ EU กล่าวว่า "ตอนนี้ ChatGPT, Reddit และ Roblox จะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานการตรวจสอบและความรับผิดชอบที่สูงขึ้นใน EU ให้สอดคล้องกับผลกระทบใหญ่หลวงที่มีต่อพลเมืองและสังคมของเรา"
คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า การจัดประเภทให้เป็นแพลตฟอร์ม "ขนาดใหญ่มาก" จะใช้กับแพลตฟอร์มและเสิร์ชเอ็นจินที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำต่อเดือน (Monthly Active Users) มากกว่า 45 ล้านคนในกลุ่มประเทศสมาชิก EU ทั้ง 27 ประเทศ ซึ่ง ChatGPT, Reddit และ Roblox ได้รายงานว่ามีจำนวนผู้ใช้ทะลุเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว
ทั้งสามบริการมีเวลา 4 เดือนในการปฏิบัติตามข้อบังคับเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act หรือ DSA) ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมเนื้อหา ที่ EU นำมาใช้เพื่อควบคุมบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ (Big Tech) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สหภาพยุโรประบุว่า ข้อบังคับเหล่านี้รวมถึง "การประเมินและบรรเทาความเสี่ยงเชิงระบบที่เกิดจากบริการและระบบอัลกอริทึมของตนเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายเนื้อหาผิดกฎหมาย, ผลกระทบเชิงลบต่อผู้เยาว์, สุขภาวะทางร่างกายและจิตใจของผู้ใช้ สิทธิขั้นพื้นฐาน, กระบวนการเลือกตั้ง และความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะ"
เพื่อให้ ChatGPT อยู่การควบคุมของกฎหมาย DSA คณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้จัดประเภทให้ ChatGPT มีสถานะเป็นเสิร์ชเอ็นจิน
ด้าน ลีนา-มาเรีย บอสวาลด์ จาก Interface สถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีของเยอรมนี กล่าวไว้ก่อนการประกาศว่า ความเคลื่อนไหวนี้ของสหภาพยุโรปจะสร้าง "บรรทัดฐานใหม่" และ "ส่งผลต่อความคาดหวังด้านการกำกับดูแลสำหรับระบบ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ขนาดใหญ่ทุกระบบที่เปิดใช้งานใน EU"
"OpenAI (ผู้ให้บริการ ChatGPT) มีหน้าที่ต้องจัดการความเสี่ยงภายใต้กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ (AI Act) อยู่แล้ว แต่กฎหมาย DSA อาจขยายขอบเขตให้กว้างขึ้นไปอีก" เธอกล่าว
การจัดประเภทในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ EU กำลังยกระดับการบังคับใช้กฎระเบียบกับแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่แห่งต่างๆ ของโลก ซึ่งหลายแห่งเป็นของสหรัฐฯ แม้จะเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักและการขู่ตอบโต้จากทางสหรัฐฯ ก็ตาม
เมื่อไม่นานมานี้ EU ได้เตือน TikTok ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มประมาณ 30 แห่งที่อยู่ในรายชื่อ ให้เปลี่ยนการออกแบบบริการที่พวกเขามองว่า “เข้าข่ายมอมเมาผู้ใช้” มิฉะนั้นจะถูกปรับเป็นเงินมหาศาล
และเมื่อปีที่แล้ว EU ได้สั่งปรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ของ อีลอน มัสก์ เป็นเงิน 120 ล้านยูโร จากการละเมิดข้อบังคับด้านความโปร่งใสและการทำผิดกฎระเบียบอื่น ๆ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna