เรือข้ามฟากที่บรรทุกผู้โดยสารมากว่า 270 คน ล่มนอกชายฝั่งไซปรัสเหนือ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ เจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัยได้หลายร้อยราย แต่ยังเหลือผู้สูญหายอีก 23 คน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 2569 เกิดเหตุเรือข้ามฟากที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือราว 270 คน ล่มนอกชายฝั่งไซปรัสเหนือ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ศพ และสูญหายอีก 23 ราย ขณะที่ผู้ประสบภัยหลายคนต้องนั่งหรือเกาะอยู่กับตัวเรือที่พลิกคว่ำเพื่อรอความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เรือข้ามฟากของเอกชนลำนี้ เดินทางออกจากท่าเรือคีเรเนีย (Kyrenia) เมื่อเวลา 12.30 น. และเริ่มมีน้ำไหลทะลักเข้าสู่ตัวเรือโดยยังไม่ทราบสาเหตุ ในขณะที่เรือกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือตาซูจู (Tasucu) ในจังหวัดแมร์ซิน (Mersin) ของตุรกี ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณนอกชายฝั่งคีเรเนีย ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว โดยเรือเฟอร์รีที่เกิดเหตุเป็นเรือสองตอน (Catamaran) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการเรือรับส่งประจำวันที่เชื่อมต่อระหว่างไซปรัสเหนือกับประเทศตุรกี

ทั้งนี้ ไซปรัสเหนือ หรือ ชื่อเต็มคือ สาธารณรัฐตุรกีแห่งไซปรัสเหนือ (TRNC) เป็นดินแดนประกาศเอกราชจากไซปรัสเมื่อปี 2526 โดยได้รับการยอมรับจากตุรกีเพียงประเทศเดียวเท่านั้น และปัจจุบันอยู่ในการควบคุมของตุรกี ส่วนประชาคมระหว่างประเทศถือว่าดินแดนแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐไซปรัส

นายตูฟัน เอร์ฮูร์มัน (Tufan Erhurman) ประธานาธิบดีไซปรัสเหนือ กล่าวว่า มีผู้ได้รับช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย 237 คน ขณะที่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย และยังคงอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 23 คน

เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่เรืออับปาง เอร์ฮูร์มันได้เอ่ยถึงพายุหมุนที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าสภาพอากาศในตอนเกิดเหตุนั้นถือว่าเหมาะสมต่อการเดินทาง

“ผู้คนในพื้นที่ต่างตกใจกับเหตุการณ์นี้อย่างมาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราเคยพบเจอมาก่อน... พวกเรารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนกำลังทำทุกทางเท่าที่ทำได้และทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่” เขากล่าวขณะให้สัมภาษณ์จากศูนย์บริหารวิกฤตที่จัดตั้งขึ้นในพื้นที่

ด้านอูนัล อุสเตล (Unal Ustel) นายกรัฐมนตรีไซปรัสเหนือ กล่าวว่าปฏิบัติการกู้ภัยครั้งใหญ่กำลังดำเนินอยู่ “สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดเพียงอย่างเดียวในตอนนี้คือชีวิตของมนุษย์ ทุกหน่วยงานของรัฐ กองกำลังความมั่นคง ทีมการแพทย์ และทีมค้นหาและกู้ภัยต่างลงพื้นที่และปฏิบัติงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna