กษัตริย์โฮกุน พระราชาองค์ใหม่แห่งนอร์เวย์ มีพระราชดำรัสต่อพสกนิกรเป็นครั้งแรก หลังกษัตริย์ฮารัลด์สวรรคต โดยทรงแสดงความอาลัยอย่างอบอุ่น และยกย่องว่าทรงเป็นพระราชบิดาที่ดีมาโดยตลอด
เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ ทรงแสดงความอาลัยอย่างอบอุ่นต่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 พระราชบิดาผู้ล่วงลับ ในพระราชดำรัสต่อพสกนิกรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์
“ขอบพระคุณที่เป็นพระราชบิดาที่ดีมาโดยตลอด” พระองค์ตรัสในแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ซึ่งเปี่ยมด้วยความสะเทือนอารมณ์ในบางช่วง ขณะประทับ ณ พระโต๊ะทำงานภายในพระราชวังหลวงนอร์เวย์ โดยด้านข้างมีพระบรมฉายาลักษณ์ของกษัตริย์ผู้ล่วงลับ เทียนที่จุดสว่างสองเล่ม และแจกันดอกกุหลาบขาว
กษัตริย์ฮารัลด์ พระชนมพรรษา 89 พรรษา ผู้ทรงได้รับยกย่องเป็นกษัตริย์นักปฏิรูปยุคใหม่และ “กษัตริย์ของประชาชน” ตลอดการครองราชย์ยาวนาน 35 ปี เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. หลังจากเข้ารับการรักษาอาการประชวรด้วยโรคเลือดหายาก
“บัดนี้ถึงคราวของข้าพเจ้าแล้ว” พระราชโอรสพระชนมพรรษา 53 พรรษา ตรัส พร้อมเสริมว่า “ภารกิจอันยิ่งใหญ่” กำลังรอพระองค์อยู่ข้างหน้า และทรงมุ่งมั่นที่จะ “อยู่เคียงข้างและใส่ใจในทุกภารกิจ” ต่อจากนี้
กษัตริย์โฮกุนทรงเน้นย้ำถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ โดยตรัสว่าราชวงศ์เชื่อมั่นใน “สังคมที่ก่อร่างขึ้นบนหลักกฎหมายและความยุติธรรม ที่ซึ่งทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน”
พระองค์ตรัสว่า กษัตริย์ฮารัลด์ทรงเป็นพระราชบิดาที่ดีของพระองค์และพระเชษฐภคินี (พี่สาว) เจ้าหญิงแมร์ธา ลุยเซอ รวมถึงทรงเป็น “พระอัยกาที่อบอุ่นและมีอารมณ์ขัน” ของพระนัดดาทั้ง 6 พระองค์ อีกทั้งยังทรงเป็น “พระสวามีที่เปี่ยมด้วยความรักและความอาทร” ของพระราชินีซอนยา พระชายาของกษัตริย์ฮารัลด์
วันเสาร์ที่ 29 ส.ค. ควรจะเป็นวันครบรอบอภิเษกสมรสปีที่ 58 ของทั้งสองพระองค์ ซึ่งกษัตริย์โฮกุนทรงรำลึกความหลังว่า กษัตริย์ฮารัลด์ทรงหลอมรวมครอบครัวให้เป็นหนึ่งเดียวด้วย “บารมีตามธรรมชาติ” ที่พระองค์อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และทรงเน้นย้ำว่าพระราชบิดา “ทรงยึดมั่นในค่านิยมและพันธกิจ” ของพระองค์เสมอมา
“พระองค์ทรงเตือนพวกเราในครอบครัวอยู่เสมอว่า เราแต่ละคนต้องทำสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง ค้นหาสไตล์ของตัวเอง และเป็นตัวของตัวเอง” กษัตริย์โฮกุนตรัส
นอกจากนี้ พระองค์ยังตรัสถึง “ความรู้สึกอันเปี่ยมพลังและน่าซาบซึ้งใจ” ที่ได้เห็นชาวนอร์เวย์หลายพันคนมารวมตัวกันบริเวณหน้าพระราชวังหลวงในกรุงออสโล พร้อมนำ “ดอกไม้ ข้อความอาลัย และเทียน” มาวางไว้
“พวกเรากำลังอยู่ในความโศกเศร้า แต่ในขณะเดียวกัน การที่มีผู้คนมากมายร่วมไว้อาลัยไปกับพวกเรา ก็ช่วยปลอบประโลมและมอบพลังใจให้แกเรา” กษัตริย์โฮกุนตรัส
ทั้งนี้ พสกนิกรชาวนอร์เวย์ต่างมาร่วมวางดอกไม้บริเวณหน้าพระราชวังหลวงในกรุงออสโล นับตั้งแต่มีข่าวการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ฮารัลด์เมื่อวันศุกร์ โดยรัฐบาลนอร์เวย์ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศแล้ว โดยยังไม่มีการกำหนดวันสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ
หนึ่งในผู้มาร่วมไว้อาลัยคือ นายโจนัส การ์ สเตอเร นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ซึ่งได้วางดอกไม้หน้าพระราชวังและลงนามในสมุดไว้อาลัย หลังจากได้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรแด่กษัตริย์องค์ใหม่ พร้อมกล่าวว่า ประเทศชาตินั้น “เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในความโศกเศร้าและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ”
กษัตริย์โฮกุนจะทรงถวายสัตย์ปฏิญาณต่อรัฐสภาในวันอังคาร (1 ก.ย.) และจะทรงเข้าร่วมพิธีสถาปนาแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ (Consecration service) พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเมตเต-มาริต ซึ่งเป็นรูปแบบที่ลดทอนลงมาจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแบบเดิมที่นอร์เวย์ไม่ได้จัดขึ้นอีกต่อไปแล้ว
กษัตริย์โฮกุนทรงก้าวขึ้นรับพระราชภาระใหม่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากราชวงศ์ต้องเผชิญกับทั้งปัญหาสุขภาพและประเด็นอื้อฉาวตลอดปีที่ผ่านมา
สมเด็จพระราชินีเมตเต-มาริต ตกเป็นเป้าสายตาของสังคมหลังมีการเปิดเผยว่า เธอเคยมีมิตรภาพยาวนานถึง 3 ปีกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้ล่วงลับ ซึ่งเธอได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนแล้ว
แต่มา เมตเต-มาริต เข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายปอด หลังจากป่วยด้วยโรคพังผืดในปอดมาตั้งแต่ปี 2561 โดยแพทย์ระบุว่าจะยังไม่สามารถยืนยันว่าอาการของพระองค์คงที่จนกว่าจะถึงปีหน้า นั่นหมายความว่าพระสวามีต้องแบกรับทั้งพระราชกรณียกิจใหม่ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาพระชายา
ขณะที่ มาริอุส บอร์ก เฮยบี ลูกชายของ เมตเต-มาริต ที่เกิดกับสามีเก่า ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปีเมื่อเดือนมิถุนายนในข้อหาข่มขืนและฐานความผิดอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันเขากำลังอยู่ในขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์
แม้เฮยบีจะไม่ได้เป็นสมาชิกของราชวงศ์ แต่เขาก็ปฏิบัติตนและได้รับการเลี้ยงดูร่วมกับครอบครัวมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เมื่อครั้งที่กษัตริย์โฮกุนเข้าพิธีเสกสมรสกับมารดาของเขา
ด้าน เจ้าหญิงแมร์ธา ลุยเซอ พระเชษฐภคินีของโฮกุน ก็ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เช่นกันจากการเข้าพิธีสมรสใหม่กับร่างทรงชาวอเมริกันในปี 2567 ซึ่งกิจกรรมทางธุรกิจของทั้งคู่ส่งผลให้พระองค์ต้องก้าวลงจากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในที่สุด
กษัตริย์โฮกุนไม่ได้ตรัสถึงประเด็นเหล่านี้โดยตรง แต่ทรงตรัสว่า “ครอบครัวของเราได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการยืนหยัดร่วมกัน เพื่อให้เรายังคงมั่นคงทั้งภายในจิตใจของตนเองและเพื่อกันและกัน แม้ในยามที่ต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก”
พระองค์ตรัสว่า พระองค์ พร้อมด้วยเมตเต-มาริต และเจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา มกุฎราชกุมารี จะ “พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ชีวิตของผู้คนที่หลากหลายอยู่เสมอ”
“ไม่มีใครในประเทศนี้รู้ว่าเราจะต้องเผชิญกับอะไรร่วมกันบ้าง แต่สิ่งที่เราแน่ใจคือ เราจะเคียงข้างกันไม่ว่าจะในวันที่ดีหรือวันที่ยากลำบาก”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc