ทางการอินเดียสั่งยกระดับการเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย หลังธารน้ำแข็งถล่มจนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาลกับทิเบต จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 29 ส.ค. 2569 อินเดียกำลังยกระดับการเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยตามแนวชายแดนที่ติดกับจีนและเนปาล หลังเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากการถล่มของธารน้ำแข็ง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก

สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ภัยพิบัติเมื่อวันที่ 26 ส.ค. บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต เกิดจาก ธารน้ำแข็งถล่มลงสู่แม่น้ำบนเขาบริเวณชายแดนทิเบต-เนปาล ซัดเอาซากปรักหักพัง โคลน และมวลน้ำมหาศาลทะลักลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็วคล้ายสึนามิ คร่าชีวิตผู้คนแล้ว 682 ศพ สูญหายอีกเกือบ 3,000 ราย

แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของธารน้ำแข็งถล่มครั้งนี้จะยังไม่แน่ชัด แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลาย และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัติในลักษณะดังกล่าว

“เนื่องจากเรามีชายแดนติดกับเนปาลในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่คล้ายคลึงกัน... เราจึงได้สั่งการให้หน่วยงานของเราเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของธารน้ำแข็ง รวมถึงทะเลสาบธารน้ำแข็งทุกแห่งที่รู้แน่ชัดในภูมิภาคนี้” มาดาน เคาชิก รัฐมนตรีกระทรวงจัดการภัยพิบัติประจำรัฐอุตตราขัณฑ์ กล่าว

“เราได้สั่งให้ทีมงานตื่นตัวและคอยเฝ้าระวังว่ามีสัญญาณหรือสถานการณ์ที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้น ณ จุดใดในรัฐหรือไม่” เขาบอกกับอเอฟพี

รัฐอุตตราขัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยของอินเดีย ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เปราะบางทางระบบนิเวศมากที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดีย โดยมีทะเลสาบธารน้ำแข็งมากถึง 1,266 แห่ง ตามตัวเลขของรัฐบาลอินเดีย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna