ประชาชนหลายพันคนรวมตัวหน้าพระราชวังในกรุงออสโล ท่ามกลางสายฝน เพื่อน้อมรำลึกถึง “กษัตริย์ฮารัลด์” แห่งนอร์เวย์ หลังสิ้นพระชนม์ในวัย 89 พรรษา ปิดฉากการครองราชย์ยาวนาน 35 ปี 

กรุงออสโลของนอร์เวย์เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า เมื่อประชาชนหลายพันคนออกมารวมตัวบริเวณหน้าพระราชวัง เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 หลังทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะมีพระชนมพรรษา 89 พรรษา หลังทรงครองราชย์มายาวนานถึง 35 ปี

ประชาชนต่างนำช่อดอกไม้ การ์ดข้อความ และธงชาตินอร์เวย์สีแดง ขาว และน้ำเงิน มาวางไว้หน้าพระราชวัง หลายคนสวมกอดและปลอบโยนกัน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงค่ำ

หญิงชาวนอร์เวย์วัย 49 ปีรายหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาถวายดอกไม้กล่าวว่า พระองค์ทรงมีความหมายอย่างมากต่อประชาชน และทรงเป็นกษัตริย์ที่ช่วยสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับประเทศ โดยเธอเปรียบพระองค์ว่าเป็นเสมือน คุณปู่ของคนทั้งชาติ

ปิดฉากรัชสมัย 35 ปี พระโอรสขึ้นครองราชย์ต่อ

หลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ฮารัลด์ พระโอรสวัย 53 พรรษา คือ มกุฎราชกุมารโฮกุน เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อทันที ในฐานะ สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8

นายกรัฐมนตรีโจนัส กาห์ร สตือเรอ กล่าวสุนทรพจน์หลังเข้าเฝ้ากษัตริย์พระองค์ใหม่ใจความตอนหนึ่งว่า ชาวนอร์เวย์จะจดจำกษัตริย์ฮารัลด์จากความรักที่ทรงมีต่อประชาชน อารมณ์ขัน ความอบอุ่น และความเชื่อมั่นที่พระองค์ทรงมีต่อประชาชนชาวนอร์เวย์

ในช่วงค่ำ มีขบวนรถอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสโลไปยังพระราชวัง โดยมีประชาชนจำนวนมากยืนเรียงรายอยู่ตามสองข้างทางเพื่อร่วมถวายความอาลัย

ขณะที่กษัตริย์โฮกุนเสด็จไปยังพระราชวังพร้อมพระธิดาวัย 22 พรรษา เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา ซึ่งจะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงรัชทายาทพระองค์ใหม่ เพื่อแจ้งการสิ้นพระชนม์ของพระราชบิดาอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาล

รัฐสภานอร์เวย์ระบุว่า กษัตริย์พระองค์ใหม่จะทรงถวายสัตย์ปฏิญาณต่อรัฐสภาในวันที่ 1 กันยายนนี้ ขณะที่รัฐบาลประกาศช่วงเวลาไว้ทุกข์แห่งชาติไปจนถึงพระราชพิธีพระบรมศพ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวัน

ประชาชนยก "กษัตริย์ฮารัลด์" เป็นกษัตริย์ของประชาชน

กษัตริย์ฮารัลด์เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 1991 และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นสัญลักษณ์ของนอร์เวย์ที่เปิดกว้างและยอมรับความแตกต่าง

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างประเทศท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของประชากร และความหลากหลายทางสังคม

ชาวนอร์เวย์จำนวนมากยังกล่าวถึงพระราชดำรัสของกษัตริย์ฮารัลด์ในช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้าย โดยเฉพาะหลังเหตุกราดยิงและเหตุโจมตีในปี 2011 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 77 คน ถือเป็นเหตุสังหารหมู่ครั้งเลวร้ายที่สุดของนอร์เวย์นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

ผู้คนที่ออกมาถวายความอาลัยระบุว่า พระองค์ทรงสามารถเลือกถ้อยคำที่ช่วยให้ผู้คนกลับมารวมกันและสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับสังคมในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

พระพลานามัยทรุดในช่วงหลายปีสุดท้าย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กษัตริย์ฮารัลด์ทรงเผชิญปัญหาด้านพระพลานามัยหลายครั้ง จนต้องลดภารกิจอย่างเป็นทางการลง

พระองค์ทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงออสโลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม หลังทรงมีภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าและหายใจไม่สะดวก

แม้จะมีพระพลานามัยที่อ่อนแอลง แต่พระองค์ทรงยืนยันมาตลอดว่าจะไม่สละราชสมบัติ โดยให้เหตุผลว่าได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตลอดพระชนม์ชีพต่อรัฐสภานอร์เวย์แล้ว

ราชวงศ์นอร์เวย์เผชิญปีแห่งความวุ่นวาย

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราชวงศ์นอร์เวย์เผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยสมเด็จพระราชินีซอนยา พระมเหสีของกษัตริย์ฮารัลด์ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 89 พรรษาเช่นกัน ทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นเวลาสั้นๆ เมื่อเดือนพฤษภาคมจากปัญหาเกี่ยวกับพระหทัย

ขณะที่ มกุฎราชกุมารโฮกุน พระโอรสองค์ใหม่ ทรงเผชิญแรงกดดันจากประเด็นเกี่ยวกับ มกุฎราชกุมารีเมตเตอ-มาริต พระชายา ซึ่งถูกจับตามองจากความเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำความผิดทางเพศชาวอเมริกันที่เสียชีวิตไปแล้ว

ส่วน มาริอุส บอร์ก เฮยบี พระโอรสของมกุฎราชกุมารีเมตเตอ-มาริตจากความสัมพันธ์ก่อนเสกสมรส ถูกศาลพิพากษาจำคุก 4 ปีเมื่อเดือนมิถุนายน จากความผิดฐานข่มขืน 2 กระทง

ด้านมกุฎราชกุมารีเมตเตอ-มาริตเอง ซึ่งมีพระชนมพรรษา 53 พรรษา และทรงมีพระอาการประชวรจากโรคปอดรุนแรง ได้เข้ารับการปลูกถ่ายปอดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

แม้ราชวงศ์จะเผชิญมรสุมหลายด้าน แต่การสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ฮารัลด์ได้สร้างความโศกเศร้าไปทั่วประเทศ และผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิสราเอล อิตาลี จอร์แดน และยูเครน ตลอดจนราชวงศ์ยุโรป ต่างส่งสารแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งนี้.


ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ