ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโตเกียววิเคราะห์ภาพดาวเทียม พบผลกระทบจากดินถล่มและมวลน้ำในพื้นที่ชายแดนเนปาล-จีนขยายวงไกลอย่างน้อย 80 กิโลเมตร

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ในญี่ปุ่น ทำการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณชายแดนเนปาล-จีน หลังเกิดโศกนาฏกรรมดินโคลนถล่มและมวลน้ำไหลหลากครั้งใหญ่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พบว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ขยายไปตามลำน้ำเป็นระยะทางอย่างน้อย 80 กิโลเมตรจากจุดเกิดดินถล่ม

ศาสตราจารย์วาตานาเบะ ฮิเดโนริ จากบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยโตเกียว วิเคราะห์ภาพพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ไปทางเหนือราว 70 กิโลเมตร โดยพบว่าภาพถ่ายเมื่อวันอังคารยังเห็นธารน้ำแข็งและก้อนหินอยู่บนไหล่เขา แต่ภาพในวันพุธแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ของไหล่เขาถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงและพังถล่มลงมา

โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกิดจากธารน้ำแข็งและก้อนหินบนภูเขาพังถล่มลงมาพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดดินถล่มขนาดใหญ่และมวลตะกอนมหาศาลไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งบริเวณห่างจากจุดดินถล่มราว 7 กิโลเมตร ในฝั่งเนปาล พบเศษดิน หิน และตะกอนจำนวนมากปกคลุมหุบเขา ขณะที่พื้นที่ลาดเขาซึ่งเดิมปกคลุมด้วยต้นไม้ได้กลายเป็นสีน้ำตาล โดยบริเวณที่เปลี่ยนสีอาจสูงจากพื้นหุบเขาถึง 800 เมตร

นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมยังพบว่า จุดที่อยู่ห่างจากพื้นที่เกิดดินถล่มราว 60 กิโลเมตร ลำน้ำขยายกว้างถึงประมาณ 300 เมตร และมวลน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนไหลเข้าท่วมชุมชนที่ตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำ ขณะที่แม้อยู่ห่างออกไปถึง 80 กิโลเมตร ลำน้ำยังมีระดับสูงขึ้นและพบพื้นที่โดยรอบอาคารหลายแห่งถูกน้ำท่วม.

ที่มา NHK