คนไทยถูกจับกุมคาสนามบินในแอฟริกาใต้ ในข้อหาพยายามลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมากเข้าประเทศ นับเป็นคนไทยรายที่ 2 ในรอบไม่ถึง 2 เดือน ที่ถูกจับที่สนามบินแห่งเดียวกันนี้ในข้อหาเดียวกัน
เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 กระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมชายชาวไทยรายหนึ่ง ซึ่งพยายามลักลอบขนไข่นกแก้วที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 50 ฟอง ผ่านสนามบินหลักของกรุงโจฮันเนสเบิร์ก
กระทรวงระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องหาวัย 50 ปีรายนี้ถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ โออาร์ แทมโบ (OR Tambo) หลังจากเจ้าหน้าที่พบไข่ดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าตู้ฟักไข่ประดิษฐ์เอง ซึ่งถือเป็นสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง
การสืบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าไข่ดังกล่าวเป็นของนกแก้วสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ (CITES) กระทรวงระบุ
หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องหาอาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 10 ล้านแรนด์ (ประมาณ 20 ล้านบาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกัน คือชายชาวไทยวัย 23 ปีถูกควบคุมตัวที่สนามบินแห่งเดียวกันนี้ พร้อมด้วยไข่นกแก้วจำนวน 418 ฟอง
“การจับกุมเหล่านี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นของเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ” กระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้ระบุ พร้อมเสริมว่าการสืบสวนในคดีทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป
ทั้งนี้ การลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติมุ่งเป้าไปที่สัตว์จำพวก แรดและช้าง รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เช่น ตัวนิ่มและสัตว์เลื้อยคลาน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดมืดระดับโลกที่ทำกำไรมหาศาล
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna