สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) บริษัทเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำของ อีลอน มัสก์ และเจ้าหน้าที่รัฐหลุยเซียนา ประกาศว่า บริษัทเตรียมทุ่มเงินลงทุนมหาศาลถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.2 ล้านล้านบาท เพื่อก่อสร้างศูนย์ปล่อยยานอวกาศขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท ในชื่อ "สตาร์เบส หลุยเซียนา" รองรับการปล่อยจรวดสตาร์ชิปหลายพันเที่ยวต่อปี สำหรับภารกิจสู่วงโคจรโลก ดวงจันทร์ และดาวอังคาร
โครงการ "สตาร์เบส หลุยเซียนา" มีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปี 2027 บนพื้นที่ประมาณ 125,000 เอเคอร์ หรือราว 312,500 ไร่ ตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของรัฐหลุยเซียนา ในเขตเวอร์มิเลียน ห่างจากเมืองนิวออร์ลีนส์ไปทางตะวันตกราว 322 กิโลเมตร
สเปซเอ็กซ์ระบุว่า ฐานแห่งใหม่นี้จะใช้สนับสนุนภารกิจของระบบจรวดสตาร์ชิป โดยมีศักยภาพรองรับการปล่อยจรวดหลายพันเที่ยวต่อปี สำหรับภารกิจสู่วงโคจรโลก ดวงจันทร์ ดาวอังคาร และพื้นที่ที่ไกลออกไปในอนาคต
บริษัทตั้งเป้าว่า สตาร์ชิปเที่ยวแรกจากฐานแห่งใหม่ในหลุยเซียนาจะเกิดขึ้นในปี 2029 โดยฐานดังกล่าวจะกลายเป็นฐานปล่อยจรวดแห่งที่ 4 ของสเปซเอ็กซ์ และเป็นฐานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท ขณะที่สเปซเอ็กซ์ต้องการเพิ่มความถี่ในการปล่อยจรวดอย่างมาก เพื่อรองรับแผนการส่งดาวเทียมจำนวนมากขึ้นสู่วงโคจร
พื้นที่ก่อสร้างเดิมเป็นที่ดินที่เคยอยู่ในความครอบครองของบริษัทน้ำมัน Exxon และมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งการเข้าถึงแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่จำนวนมาก รวมถึงตำแหน่งที่เอื้อต่อการปล่อยจรวดไปยังวิถีการบินที่หลากหลาย
เจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐหลุยเซียนา กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของทั้งรัฐและประเทศ พร้อมเปรียบเทียบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนาครั้งประวัติศาสตร์อย่าง การซื้อดินแดนหลุยเซียนาในปี 1803 ซึ่งเป็นการซื้อดินแดนครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ จากฝรั่งเศส
ด้านกวินน์ ช็อตเวลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของสเปซเอ็กซ์ ซึ่งเข้าร่วมงานประกาศโครงการ กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะปล่อยพื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการให้คงสภาพเดิม และจะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและปกป้องพื้นที่ รวมถึงพยายามแก้ไขปัญหาการสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งจากการกัดเซาะ
ช็อตเวลล์ระบุว่า สเปซเอ็กซ์มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของบริษัท เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นที่ดังกล่าวจะไม่สูญหายไปจากการกัดเซาะ พร้อมระบุว่าบริษัทจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนและกิจกรรมพบปะประชาชนในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม โครงการขนาดมหึมานี้สร้างความกังวลให้กับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดย แอนน์ รอล์ฟส์ ผู้อำนวยการกลุ่ม Louisiana Bucket Brigade เตือนว่า รัฐกำลังเดินหน้าโครงการเร็วเกินไป ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งที่เปราะบางของรัฐอย่างไม่สามารถย้อนกลับได้
กลุ่มสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้ทางการดำเนินโครงการอย่างรอบคอบ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และจัดกระบวนการพิจารณาที่โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการทำความเข้าใจและประเมินผลกระทบของโครงการ
ในด้านเศรษฐกิจ ทางการรัฐหลุยเซียนาคาดว่าโครงการจะสร้างงานโดยตรงมากกว่า 3,000 ตำแหน่ง ในช่วง 10 ปี และอาจสร้างงานทางอ้อมเพิ่มอีกกว่า 8,100 ตำแหน่ง ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานในฐานแห่งนี้คาดว่าจะสูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยในภูมิภาคประมาณ 192%
ทางการรัฐยังได้อนุมัติมาตรการจูงใจด้านภาษีจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ โดยระบุว่าโครงการจะช่วยผลักดันให้หลุยเซียนากลายเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมอวกาศยุคใหม่ของโลก และเพิ่มขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการปล่อยจรวดที่ถี่ขึ้น
ชื่อ "สตาร์เบส" ในหลุยเซียนายังซ้ำกับฐานปฏิบัติการของสเปซเอ็กซ์ ในพื้นที่ปลายสุดทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส โดยในปี 2025 ประชาชนในพื้นที่เขตคาเมรอนเคาน์ตี ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ทดสอบและพัฒนาจรวดของบริษัท ลงมติรับรองการจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเมืองชื่อสตาร์เบส
การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายธุรกิจครั้งใหญ่ของมัสก์ ซึ่งตั้งเป้าหมายให้สเปซเอ็กซ์สามารถเดินทางไปยังดาวอังคาร พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และส่งศูนย์ข้อมูลขึ้นไปปฏิบัติงานในอวกาศ
ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคมสเปซเอ็กซ์ และ Tesla บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์ของมัสก์ ยังประกาศแผนลงทุน 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิป AI ในรัฐเท็กซัส ภายใต้ชื่อ Terafab เพื่อรองรับความต้องการกำลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นสำหรับการพัฒนา AI และเทคโนโลยีหุ่นยนต์
ขณะเดียวกัน สเปซเอ็กซ์ซึ่งเพิ่งเข้าสู่ตลาดหุ้น กำลังเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนให้พิสูจน์ว่าบริษัทสามารถสร้างผลกำไรได้ แม้จะเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดยหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 30% จากระดับสูงสุด หลังเริ่มซื้อขาย แต่ยังคงสูงกว่าราคาเสนอขายที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สเปซเอ็กซ์เปิดขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก และสร้างสถิติเป็นการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดราว 225 ดอลลาร์ต่อหุ้นในช่วงแรกของการซื้อขาย ซึ่งทำให้มูลค่าทรัพย์สินของมัสก์เพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาสั้น ๆ.
ที่มา Reuters / Associated Press