คดีคนหายบนเกาะเชจูของเกาหลีใต้ กลายเป็นประเด็นร้อน หลังพบว่าตำรวจนายหนึ่งปิดคดีคนหายโดยอ้างว่าเจอตัวผู้สูญหายแล้ว ทั้งที่ไม่ได้มีการติดต่อจริง ก่อนที่ผู้สูญหาย 2 รายจะถูกพบเป็นศพในเวลาต่อมา
ประเด็นคนหายบนเกาะเชจูของเกาหลีใต้ กลายเป็นเรื่องสะเทือนขวัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเรื่องดังกล่าวลุกลามจนถึงขั้นที่ตำรวจระดับสูง 4 นายถูกหางเลขสั่งพักงาน หลังพบว่ามีตำรวจนายหนึ่งปิดคดีคนหายโดยอ้างว่าเจอตัวผู้สูญหายแล้ว ทั้งที่ไม่ได้มีการติดต่อจริง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ NPA เตรียมตรวจสอบคดีคนหายทั้งหมดที่ตำรวจนายดังกล่าวเคยรับผิดชอบ รวมถึงทบทวนคดีคนหายที่ปิดไปแล้วทั่วประเทศ
เปิดไทม์ไลน์คดีคนหายเกาะเชจู
28 มิถุนายน 2026 — ชายวัย 60 ปีหายตัว
ชายวัย 60 ปีรายหนึ่งออกจากบ้านและขาดการติดต่อกับครอบครัว โดยก่อนหน้านั้นภรรยาได้แจ้งตำรวจว่า เขามีหนี้สินทางธุรกิจจำนวนมาก และเคยพูดกับลูก ๆ ในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย
ข้อมูลดังกล่าวกลายเป็นประเด็นสำคัญในภายหลัง เพราะตำรวจมีสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของชายคนนี้อยู่แล้ว
19 กรกฎาคม — ครอบครัวแจ้งคนหายอีกครั้ง
เคสของ จาง มี-รัน หญิงวัย 37 ปี ครอบครัวของเธอได้ตัดสินใจแจ้งความคนหายอีกครั้งที่กรุงโซล หลังพบว่าคดีของเธอถูกตำรวจที่เกาะเชจูปิดไป ทั้งที่ยังไม่ได้รับการยืนยันความปลอดภัยอย่างแท้จริง
ช่วงเวลานี้อาจมีหลักฐานสำคัญสูญหายไปแล้ว โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่พักของจาง มี-รันซึ่งถูกลบไปก่อนที่ตำรวจจะเริ่มตรวจสอบ
22 สิงหาคม — พบชายวัย 60 ปีเสียชีวิต
ชายวัย 60 ปีที่หายตัวไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถูกพบเสียชีวิตในวันที่ 22 สิงหาคม
การพบศพทำให้ตำรวจกลับมาตรวจสอบวิธีการจัดการคดีคนหาย และพบว่าคดีของเขาอาจถูกปิดในลักษณะคล้ายกับคดีของจาง มี-รัน
22 สิงหาคม — ตำรวจควบคุมตัว "บู"
ตำรวจควบคุมตัวนายตำรวจสกุล บู ซึ่งอยู่ในวัย 30 ปี และเป็นเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจเชจูซอบู โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปิดคดีคนหายทั้งสองคดี
เขาถูกกล่าวหาว่าอ้างว่าได้พูดคุยกับจาง และได้รับคำยืนยันว่าเธอปลอดภัยและไม่ต้องการเปิดเผยสถานที่อยู่ให้ครอบครัวทราบ
แต่ตำรวจไม่พบหลักฐานการสนทนาดังกล่าว ทั้งในโทรศัพท์ส่วนตัวและโทรศัพท์ที่ใช้ทำงานของบู รวมถึงไม่พบประวัติการสนทนาบนโทรศัพท์ของจาง
24 สิงหาคม — พบร่างที่เชื่อว่าเป็นจาง มี-รัน
เจ้าหน้าที่พบร่างที่เชื่อว่าเป็น จาง มี-รัน ในฟาร์มปาล์มแห่งหนึ่ง ห่างจากที่พักของเธอประมาณ 400 เมตร
การพบร่างเกิดขึ้น 104 วันหลังจากมีการแจ้งเธอหาย
ขณะเดียวกัน ศาลแขวงเชจูมีคำสั่งปล่อยตัวบู หลังเห็นว่าการควบคุมตัวฉุกเฉินไม่เข้าเงื่อนไขทางกฎหมายเรื่องความเร่งด่วน แต่ตำรวจได้ยื่นขอหมายจับอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา
25 สิงหาคม — เรื่องบานปลายถึงตำรวจระดับสูง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้สั่งพักงานตำรวจระดับสูง 4 นายจากสถานีตำรวจเชจูซอบู ได้แก่ ผู้กำกับสถานีคนปัจจุบัน, ผู้กำกับที่ดำรงตำแหน่งในช่วงที่จางหายตัว, หัวหน้าฝ่ายสืบสวน, หัวหน้าทีมรับผิดชอบคดีคนหาย
เจ้าหน้าที่ทั้งหมดถูกตรวจสอบว่า มีการกำกับดูแลการทำงานของบูอย่างเหมาะสมหรือไม่ และผู้บังคับบัญชามีส่วนรับผิดชอบต่อความผิดพลาดในการสั่งการหรือการตรวจสอบหรือไม่
รื้อคดีคนหาย 298 คดี
เรื่องไม่ได้จบอยู่แค่ 2 คดี เพราะตำรวจพบว่า บูเคยรับผิดชอบและปิดคดีคนหายมากถึง 298 คดี
ขณะนี้ตำรวจจึงกำลังตรวจสอบทั้งหมดว่า มีคดีอื่นที่ถูกปิดโดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัยของผู้สูญหายอย่างเหมาะสมอีกหรือไม่ โดยหลังเกิดเรื่อง ตำรวจในหลายเมืองของเกาหลีใต้เริ่มทบทวนคดีคนหายที่ปิดไปแล้วเช่นกัน
ที่เมืองปูซาน มีการทบทวนคดีคนหายตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 ถึงกรกฎาคม 2026 จำนวน 25,605 คดี โดย 25,376 คดี หรือประมาณ 99% ถูกปิดไปแล้ว
ส่วนตำรวจกรุงโซลกำลังทบทวนคดีคนหายที่แจ้งและปิดไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 รวมประมาณ 92,800 คดี
จากคดีคนหาย สู่คำถามใหญ่ต่อระบบตำรวจเกาหลีใต้
คดีนี้ก่อให้เกิดความกังขาของคนในสังคมว่า ตำรวจระดับปฏิบัติการสามารถปิดคดีคนหายได้อย่างไร โดยไม่มีการยืนยันความปลอดภัยของผู้สูญหายอย่างแท้จริง และเหตุใดผู้บังคับบัญชาจึงไม่พบความผิดปกติก่อนหน้านี้
รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ ยู แจ-ซอง ออกมาขอโทษต่อการจัดการคดีของจาง พร้อมสั่งเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบจากตำรวจระดับสูงก่อนอนุญาตให้ปิดคดีคนหาย
ขณะที่ตำรวจเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบว่า ยังมีผู้สูญหายรายอื่นอีกหรือไม่ที่อาจถูกมองข้ามจากความผิดพลาดในระบบ.
ที่มา : Straitstimes
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ