ทางการจีนออกมาประณามสหรัฐฯ ที่เริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งรวมถึงประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นมาตรการที่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันอังคารที่ 25 ส.ค. 2569 ทางการจีนออกมาประณามและแสดงความต่อต้านอย่างรุนแรง หลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านระลอกใหม่ในชื่อ “ปฏิบัติการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ” (Operation Economic Outcast) เพื่อโจมตีเศรษฐกิจของอิหร่านและประเทศที่ทำธุรกิจกับเตหะราน โดยจีนย้ำว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของตนเองอย่างเต็มที่

นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่าจีนคัดค้าน “การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย” พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือระหว่างจีนและอิหร่านอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งสหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์เข้ามาก้าวก่าย ทั้งนี้ จีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านระดับทุติยภูมิ โดยเตือนว่า สถาบันการเงินและธุรกิจต่างชาติที่ยังติดต่อกับอิหร่านจะถูกโดดเดี่ยว โดยครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่บุคคล เครือข่าย และเรือเกือบ 60 รายการ และเน้นย้ำว่าไม่มีใครอยู่เหนือมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ด้านนาย อาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอิหร่าน เผยว่าเตหะรานเตรียมแผนรับมือการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ไว้ล่วงหน้าแล้วถึง 2 ปี และเชื่อว่ามาตรการนี้จะจบลงด้วยความล้มเหลวของสหรัฐฯ

อนึ่ง การประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นก่อนการเจรจาระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งสหรัฐฯ อาจต้องระวังการเอาคืนจากจีน โดยเฉพาะการคุมเข้มการส่งออก “แร่หายาก” (Rare Earths) ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิหร่านได้อย่างจำกัด เนื่องจากจีนมักไม่ทำตามการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ อีกทั้งประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่าน เช่น ปากีสถาน ตุรกี และอิรัก ก็ยากที่จะตัดความสัมพันธ์กับอิหร่านได้จริง


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc