สหรัฐฯ ประกาศถอดซีเรียออกจากบัญชี "รัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้าย" หลังอยู่ในบัญชีมาตั้งแต่ปี 1979 หรือกว่า 47 ปี ถือเป็นการยกเลิกอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนและการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกของซีเรีย ขณะที่รัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชารา เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็นก้าวประวัติศาสตร์
สหรัฐฯ ประกาศถอดซีเรียออกจากบัญชีประเทศผู้สนับสนุนการก่อการร้าย หลังถูกขึ้นบัญชีมานานถึง 47 ปี โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะช่วยเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน และสนับสนุนการกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจโลกของซีเรีย
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การยกเลิกสถานะดังกล่าวเป็นการรับรองการดำเนินการเชิงบวกของรัฐบาลซีเรียภายใต้ประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชารา ที่แสดงความมุ่งมั่นในการตัดขาดจากการก่อการร้ายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ การตัดสินใจมีผลหลังผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาสหรัฐฯ 45 วัน นับจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมว่า จะยกเลิกสถานะดังกล่าว
ซีเรียถูกขึ้นบัญชีตั้งแต่ปี 1979 ในสมัยประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่ารัฐบาลซีเรียให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ และสถานะดังกล่าวยังคงอยู่ตลอดยุคของบาชาร์ อัล-อัสซาด บุตรชาย ซึ่งถูกโค่นอำนาจโดยกลุ่มกบฏที่นำโดยอัล-ชาราในเดือนธันวาคม 2024
อัล-ชาราเคยเป็นผู้บัญชาการแนวร่วมอัล-นุสรา ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับอัลกออิดะห์ ก่อนประกาศตัดความสัมพันธ์กับเครือข่ายญิฮาดในปี 2016 จากนั้นกลุ่มของเขา หรือ "ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม" (HTS) นำการรุกของฝ่ายกบฏจนโค่นรัฐบาลอัสซาด และปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลเฉพาะกาลของซีเรีย
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ยกเลิกการขึ้นบัญชี HTS เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ และถอดอัล-ชาราออกจากบัญชีบุคคลก่อการร้ายระดับโลกที่ถูกขึ้นบัญชีเป็นพิเศษแล้ว
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การยกเลิกสถานะจะช่วยส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมในซีเรีย และสนับสนุนเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ ขณะที่อาซาด ฮัสซัน อัล-ไชบานี รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็น "ก้าวประวัติศาสตร์" และกล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าขจัดผลกระทบจากการถูกโดดเดี่ยว พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ผลประโยชน์ร่วมกัน และความเคารพ
การขึ้นบัญชีรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้ายของสหรัฐฯ มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งการจำกัดความช่วยเหลือจากต่างประเทศ การส่งออกและขายยุทโธปกรณ์ ตลอดจนข้อจำกัดด้านธุรกรรมทางการเงินและการค้ากับประเทศที่ถูกขึ้นบัญชี ทำให้สถานะดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญต่อธนาคารและนักลงทุน
แม้สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อซีเรียในวงกว้างไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 แต่ยังคงมาตรการเฉพาะเจาะจงต่อบุคคลและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลอัสซาด กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส อัลกออิดะห์ และเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน
การถอดซีเรียออกจากบัญชีครั้งนี้ทำให้เหลือเพียง 3 ประเทศ ได้แก่ คิวบา อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ที่ยังอยู่ในบัญชีรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้ายของสหรัฐฯ
รัฐบาลซีเรียหวังว่าการยกเลิกสถานะจะช่วยให้ประเทศกลับเข้าสู่ระบบการเงินระหว่างประเทศ ดึงดูดเงินลงทุน และระดมทุนเพื่อฟื้นฟูประเทศหลังเผชิญสงครามยาวนานเกือบ 14 ปี โดยสหรัฐฯ ระบุว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ซีเรียสร้างเสถียรภาพ ดึงดูดการลงทุน และฟื้นฟูเศรษฐกิจ.