อินโดนีเซียเร่งปฏิบัติการดับไฟป่าทั้งทางบกและทางอากาศ หลังเกิดไฟป่ารุนแรงในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก ขณะที่หมอกควันหนาทึบปกคลุมเมืองต่าง ๆ และลอยข้ามพรมแดนกระทบประเทศเพื่อนบ้าน

สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNPB ระบุว่า ไฟป่าเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้งแล้งยาวนานและอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดควันไฟหนาแน่นลอยปกคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงข้ามไปยังมาเลเซียและบรูไน

ทางการยังคงระดมกำลังควบคุมไฟในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก กาลิมันตันกลาง และกาลิมันตันใต้ บนเกาะบอร์เนียว รวมถึงจังหวัดเรียว สุมาตราใต้ และจัมบี บนเกาะสุมาตรา

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาลิมันตันกลาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ป่า ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดเรียวบนเกาะสุมาตรา ซึ่งมีพื้นที่ถูกไฟไหม้แล้วมากกว่า 11,500 เฮกตาร์ หรือราว 71,875 ไร่

ผู้นำอินโดนีเซียให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำเพิ่มเติม และจัดหาออกซิเจนให้เจ้าหน้าที่ดับไฟ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าการทำงานโดยตรงถึงเขา

กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียยังอนุญาตให้เครื่องบินที่จดทะเบียนในต่างประเทศ 35 ลำ เข้ามาสนับสนุนภารกิจรับมือไฟป่า ทั้งการทิ้งน้ำดับไฟและลาดตระเวนทางอากาศ โดยสามารถโยกย้ายไปยังพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์

ข้อมูลดาวเทียมของกระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซียระบุว่า จังหวัดสุมาตราใต้ตรวจพบจุดความร้อนมากที่สุด 1,429 จุด ตามด้วยกาลิมันตันตะวันตก 1,226 จุด และกาลิมันตันกลาง 811 จุด ขณะที่กาลิมันตันตะวันออกพบ 576 จุด และเรียว 503 จุด

ด้านกระทรวงป่าไม้ระบุว่า เฉพาะเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่ถูกไฟไหม้เกือบ 94,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 587,500 ไร่

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ภัยแล้ง ลมแรง และพืชพรรณที่แห้งจัด ทำให้การควบคุมไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับไฟภาคพื้นดินกว่า 10,700 นาย ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดไฟบางแห่งได้ ทำให้ต้องร้องขอการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำและรถดับเพลิงเพิ่มเติม

อินโดนีเซียยังกลับมาปฏิบัติการทำฝนเทียมเหนือเกาะกาลิมันตัน โดยมีเฮลิคอปเตอร์ 30 ลำ สำหรับภารกิจทิ้งน้ำและลาดตระเวนทางอากาศ ขณะที่อีก 22 ลำ ปฏิบัติการอยู่บนเกาะสุมาตรา

ไฟป่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูแล้งของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการเผาพื้นที่เพื่อเตรียมทำการเกษตร ซึ่งนอกจากทำให้ทัศนวิสัยลดลงและกระทบต่อการเดินทางทางบกและทางอากาศแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และอาจลุกลามเป็นปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะที่มาเลเซียได้รับผลกระทบจากหมอกควันอย่างหนัก โดยรัฐซาราวักทางตะวันออกของประเทศเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จนทางการต้องสั่งปิดโรงเรียนเกือบ 600 แห่ง ส่งผลกระทบต่อนักเรียนประมาณ 200,000 คน.


ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ