ชาวเนปาลออกมาประท้วงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว หลังเกิดเหตุข่มขืน-ฆาตกรรมเด็กหญิงวัยเพียง 3 ขวบ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายที่มีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 2569 บรรดานักเคลื่อนไหวและนักการเมืองในเนปาลเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุข่มขืนและฆาตกรรมเด็กหญิงวัย 3 ขวบ จนทำให้เกิดกระแสความโกรธแค้นไปทั่วประเทศ และมีผู้คนออกมาชุมนุมประท้วงต่อเนื่องกัน 3 วันแล้ว

ร่างไร้วิญญาณของเด็กหญิงวัย 3 ขวบถูกพบเมื่อสัปดาห์ก่อน ราว 3 วันหลังจากที่เธอหายตัวไปในจังหวัดมาเธช (Madhesh) โดยจนถึงตอนนี้ ตำรวจดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้แล้ว 9 ราย

อาชญากรรมครั้งนี้ได้จุดชนวนให้เกิดการเรียกร้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันตำรวจก็ถูกกล่าวหาว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเริ่มต้นของการสืบสวน หลังจากมีคลิปวิดีโอของผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเยาวชนรั่วไหลออกสู่สื่อสังคมออนไลน์

หลังจากเกิดการชุมนุมประท้วงติดต่อกันหลายวันในเมืองสิมารา (Simara) ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เข้าพบกับรัฐมนตรีหลายคน และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

รัฐบาลสัญญาว่าจะทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับคดีร้ายแรง และสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อเป็นเกียรติแก่เด็กหญิงผู้เสียชีวิต

เหตุการณ์นี้ยังทำให้เกิดข้อถกเถียงเป็นวงกว้าง เกี่ยวกับวิธีที่เนปาลใช้กับผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชน โดยนักเคลื่อนไหวบางส่วนพยายามผลักดันให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับเยาวชนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานข่มขืนหรือฆาตกรรม

นาย เการี ประธาน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชื่อดัง กล่าวว่า อาชญากรรมครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เจ็บปวดอย่างยิ่ง และรัฐบาลควรลงโทษทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำอันโหดเหี้ยมนี้ โดยควรมีความพยายามอย่างจริงจังเพื่อการปฏิรูปเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เขาเตือนเกี่ยวกับเสียงร้องให้นำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้

นอกจากนั้น ยังเกิดกระแสความไม่พอใจ หลังจากมีคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นผู้ต้องสงสัยวัยรุ่นกำลังให้การเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมดังกล่าว ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ฟุตเทจของบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจรั่วไหลออกมาได้อย่างไร

“จนถึงตอนนี้ เราพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นายที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการ [รั่วไหลของคลิป] และได้เริ่มดำเนินการลงโทษทางวินัยแล้ว” ธาร์เมนทรา กุมาร มิสรา นายอำเภอเขตบารา (Bara) กล่าวกับบีบีซี

“หากพบเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พวกเขาก็จะได้รับโทษด้วยเช่นกัน เรามีนโยบายไม่ประนีประนอมต่อการปฏิบัติเช่นนี้”

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากตำรวจเนปาล นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 ถึงเดือนกรกฎาคม 2568 มีการแจ้งความร้องเรียนคดีข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า 25,500 คดี และจากจำนวนคดีทั้งหมดนี้ มีเหยื่อเพศหญิงมากกว่า 3,200 คนที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc