สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตร “D-Day ทางเศรษฐกิจ” โดยมีเป้าหมายเพื่อโดดเดี่ยวอิหร่าน และขู่ว่าใครก็ตามที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน จะเสี่ยงถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 2569 สหรัฐฯ ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านขั้นทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) โดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงข่าวว่า สหรัฐฯ หวังให้มาตรการนี้ “ตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ” ที่ค้ำจุนประเทศอิหร่าน

เบสเซนต์ได้เปิดเผยมาตรการที่เขาอธิบายว่าเป็นการ “D-Day ทางเศรษฐกิจ” (economic D-Day) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมอบคำเตือนครั้งสุดท้ายแก่ประเทศต่างๆ ให้ตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน มิเช่นนั้น บริษัทและองค์กรสำคัญของพวกเขาอาจถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์

“เรากำลังเปิดฉากบุกโจมตีทางเศรษฐกิจต่อเครือข่ายทางการเงินของอิหร่านทั่วโลก เป้าหมายของเราคือการตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่ค้ำจุนระบอบทรราชนี้ จนกว่าเตหะรานจะอยู่อย่างโดดเดี่ยว” เบสเซนต์ กล่าว

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย และในทะเลแดงผ่านกองกำลังตัวแทนอย่างกลุ่มฮูตี หลังเตหะรานดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ซึ่งทำให้สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อิหร่านอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรหลายชั้นจากสหรัฐฯ และนานาชาติ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่สามารถยับยั้งผู้นำอิหร่านได้ และอิหร่านออกมายืนยันว่า มาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ นี้ จะให้ผลในทางตรงกันข้าม

ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์เคยเรียกร้องความร่วมมือจากจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมาหลายปี แม้ว่ามาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ที่เริ่มบังคับใช้อีกครั้งเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม จะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากอิหร่านไปยังจีนลดลงก็ตาม

บรรดาผู้เชี่ยวชาญมองว่า วอชิงตันยังคงระมัดระวังการตอบโต้จากจีนหากมีการคว่ำบาตรธนาคารของจีน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบปะกันในเดือนหน้า เพราะการส่งออกแร่ธาตุหายากของจีนถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับธนาคารของจีน นายเบสเซนต์กล่าวว่า “เราต้องการทำความเข้าใจให้ชัดเจนในวันนี้ว่า ไม่มีใครอยู่เหนือน้ำมือของมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ”

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า มาตรการคว่ำบาตรและการใช้วิธีกดดันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และปักกิ่งจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

เบสเซนต์กล่าวเสริมว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้แกะรอยเครือข่าย ผู้ให้การสนับสนุน และช่องทางการเงินที่อิหร่านใช้ในการลักลอบขนส่งน้ำมันและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรไว้หมดแล้ว และวอชิงตันจะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเล่นงานทุกแหล่งที่มาของ “รายได้ที่ผิดกฎหมาย” ของอิหร่านต่อไป


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna