รัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในประเทศ เพิ่มขึ้นจนมากกว่า 300 ศพแล้ว โดยสาเหตุมาจากผู้คนลงเล่นน้ำตามแหล่งต่างๆ มากขึ้น เพื่อต่อสู้กับคลื่นความร้อนรุนแรง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. 2569 รัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ประเทศของพวกเขามีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วถึง 301 ราย นับตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.เป็นต้นมา พร้อมเชื่อมโยงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้วนี้ มีสาเหตุมาจากสภาวะคลื่นความร้อนที่ยาวนาน

มารินา เฟอร์รารี รัฐมนตรีกระทรวงการกีฬาและเยาวชนบอกกับสถานีวิทยุ France Inter ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับปี 2568 ถือเป็น “ความสูญเสียที่น่าสลดใจ”

ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี ต่างเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงและยาวนาน ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่เผาทำลายพื้นที่ป่าไปหลายพันเฮกตาร์

เฟอร์รารีระบุว่า ความร้อนทำให้ผู้คนยอมเสี่ยงอันตรายจากการลงเล่นน้ำ โดยเสริมว่า “อุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิตหลายครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในการเล่นน้ำ” นอกจากนั้น ยังมีรายงานการจมน้ำหลายครั้งเกิดขึ้นใน “แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ตามลำคลองต่างๆ” ด้วย

รัฐมนตรีกระทรวงการกีฬาฯ บอกอีกว่า รัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับทางการท้องถิ่น “เพื่อปรับปรุงพื้นที่เล่นน้ำและเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น”

เธอเตือนด้วยว่า “เหตุจมน้ำหลายกรณี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เกิดขึ้นในสระว่ายน้ำส่วนตัว และการลงเล่นน้ำเย็นอย่างฉับพลันในวันที่อากาศร้อนจัด อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะช็อก และในบางกรณี “ผู้คนอาจประเมินและใช้ขีดความสามารถทางร่างกายเกินขีดจำกัด”

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังดันให้อุณหภูมิทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรป โดยตามข้อมูลจากสำนักงานบริการข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “โคเปอร์นิคัส” (Copernicus) ยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุด โดยร้อนขึ้นเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก

ช่วงคลื่นความร้อนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “กอลเฟช” (Golfech)ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสต้องหยุดทำการชั่วคราว เนื่องจากอุณหภูมิน้ำในแม่น้ำกาโรน (Garonne) พุ่งสูงเกิน 28 องศาเซลเซียส ซึ่งตามกฎหมายของฝรั่งเศส น้ำที่ใช้หล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 28 องศาฯ

นอกจากนี้ สถานที่สำคัญบางแห่ง เช่น หอไอเฟล ก็ตัดสินใจปิดให้บริการเร็วกว่าปกติ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงมากในกรุงปารีส

สภาพอากาศที่แห้งแล้งยังส่งผลให้ไฟป่าแพร่กระจายไปทั่วฝรั่งเศส โดยจังหวัดฌีรงด์ (Gironde) รอบเมืองบอร์โด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 200,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc