ดีอาร์คองโกบรรลุข้อตกลงโร้ดแมปกับกลุ่มกบฏ M23 ที่สู้รบกันมานานหลายสิบปีแล้ว เพื่อนำไปสู่การเจรจาสันติภาพ ตามข้อตกลงที่มีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางซึ่งลงนามกันเมื่อปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. 2569 ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก (DR Congo) และกลุ่มกบฏ M23 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรวันดา บรรลุข้อตกลงโร้ดแมปเพื่อนำไปสู่การเจรจาสันติภาพร่วมกันแล้ว หลังจากขัดแย้งมานานหลายสิบปี

แถลงการณ์ร่วมหลังจากการเจรจาเป็นเวลา 5 วันในสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นที่จะ “ดำเนินการเจรจาเพื่อนำไปสู่สันติภาพและการแก้ไขความขัดแย้งอย่างครอบคลุม” พร้อมทั้งจัดตั้งกลไกขึ้นมาเพื่อติดตามตรวจสอบการหยุดยิง

ข้อตกลงโร้ดแมปดังกล่าวกำหนดกรอบเวลาสำหรับการเจรจาภายใต้ข้อตกลงสันติภาพที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ซึ่งลงนามไปเมื่อปี 2568 แต่หลังจากนั้นกลับเกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทางตะวันออกของดีอาร์คองโก

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการทำข้อตกลงโร้ดแมปและข้อตกลงสันติภาพดังกล่าว แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องมาตรการคว่ำบาตรต่อกลุ่ม M23, การปล่อยตัวสมาชิกที่ถูกควบคุมตัว และกรอบเวลาในการปฏิรูปทางการเมือง

อนึ่ง การเจรจาครั้งล่าสุดนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย กลุ่ม M23, รัฐบาลดีอาร์คองโก, กาตาร์, สหรัฐอเมริกา, สาธารณรัฐโตโก, คณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา และสวิตเซอร์แลนด์ในฐานะประเทศเจ้าภาพ

“คู่ขัดแย้งตกลงที่จะจัดตั้งกลไกทำหน้าที่ทบทวนความก้าวหน้าและแก้ไขปัญหาความท้าทายในการปฏิบัติตามพันธกรณีและคำมั่นสัญญาภายใต้ข้อตกลงกรอบการทำงานโดฮา (Doha Framework Agreement)” แถลงการณ์ระบุ โดยอ้างถึงข้อตกลงในปี 2025

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันกำหนด “ขั้นตอนและกรอบเวลาที่ต่อเนื่องกัน” พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะใช้ “ความยืดหยุ่นและความคิดสร้างสรรค์” ในการทำงาน

นอกจากนั้น พวกเขายังเห็นชอบร่วมกันที่จะใช้กลไกติดตามการละเมิดการหยุดยิง โดยได้มีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการขึ้นแล้ว และภารกิจตรวจสอบครั้งแรกมีกำหนดจะเกิดขึ้นในวันจันทร์นี้ ที่เขตมิเนมบเว (Minembwe) ในจังหวัดคิวูใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบอย่างหนัก

ทั้งนี้ ความขัดแย้งกับกลุ่ม M23 มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความตึงเครียดระหว่างดีอาร์คองโกและประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวันดา ซึ่งกล่าวหาดีอาร์คองโกว่า ล้มเหลวในการกวาดล้างกลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยเพื่อการปลดปล่อยรวันดา (FDLR) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่รวันดามองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง

ดีอาร์คองโกปฏิเสธว่าไม่ได้สนับสนุนกลุ่ม FDLR และกล่าวหารวันดาว่าให้การสนับสนุนกลุ่ม M23 ทั้งด้านกำลังทหารและอุตสาหกรรมอาวุธ อย่างไรก็ดี รวันดาปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้สนับสนุนกลุ่ม M23 แม้จะมีหลักฐานแน่นหนา


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc