ประธานาธิบดีอิหร่านออกมาเรียกร้องว่า สงครามระหว่างประเทศของเขากับสหรัฐฯ ควรยุติลงได้แล้ว เนื่องจากโลกยอมรับในชัยชนะของอิหร่านที่มีเหนือสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค. 2569) ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านควรยุติลงได้แล้ว เนื่องจากทั่วโลกต่างยอมรับชัยชนะของเตหะรานในความขัดแย้งครั้งนี้

“ทั้งโลกได้ยอมรับชัยชนะของพวกเราแล้ว และสหรัฐฯ ก็กำลังเป็นที่เกลียดชัง” เขากล่าว ตามรายงานของสำนักข่าว IRNA สื่อของทางการอิหร่าน

คำกล่าวนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลของเขาจะเปิดฉาก “ปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ต่ออิหร่าน ในขณะที่การเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกอิหร่านปิดนั้น เข้าสู่ภาวะชะงักงัน

“การลักลอบขนส่งน้ำมัน, การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์, การโอนเงินสด, สถาบันแลกเปลี่ยนเงินตรา, การจดทะเบียนเรือ, บริษัทตัวแทน ทั้งหมดนี้ต้องหยุดลงในทันที คุณรู้อยู่แก่ใจว่าพวกคุณคือใคร” ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social

“นี่จะเป็น 'วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ' และเราต้องการให้พันธมิตรของเราทุกคนยืนหยัดเคียงข้างสหรัฐอเมริกาเพื่อโดดเดี่ยวและเอาชนะภัยคุกคามจากอิหร่าน” ทรัมป์ระบุเสริม

ด้านนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจชุดใหม่ในวันจันทร์นี้

“มันคือการรุกฆาตสองชั้น เรามีการปิดล้อมทางทะเล และเรากำลังจะมีมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์” นายเบสเซนต์บอกกับ CNBC เมื่อวันพฤหัสบดี “มันจะได้ผลในอิหร่าน และเรากำลังจะทำให้ระบอบปกครองนี้พังทลายลง”

ขณะเดียวกัน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาประณามแผนการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยชี้ว่านี่เป็นเพียงวิธีการของรัฐบาลทรัมป์ในการเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาค่าครองชีพภายในประเทศของตนเอง

“สิ่งที่เรียกว่า 'วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ' เป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจจากวิกฤตของอเมริกาเอง ทั้งหนี้สินสูงเป็นประวัติการณ์และภาระดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น” นายอารักชีระบุ “การดันทุรังใช้นโยบายที่ล้มเหลวมีแต่จะนำมาซึ่งความพ่ายแพ้เพิ่มเติม และสร้างความเกลียดชังจากชาวอิหร่าน การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กำลังคุกคามเศรษฐกิจโลกและอธิปไตยทั่วโลก”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : the hill