รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการโจมตีเศรษฐกิจของอิหร่าน พร้อมยื่นคำขาดถึงพันธมิตรว่า “คุณจะอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา หรือเป็นศัตรูกับเรา”
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค. 2569 นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรร่วมมือกับวอชิงตันในการ “บดขยี้” เศรษฐกิจอิหร่าน เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองโดยส่งสัญญาณเตือนอย่างเด็ดขาดถึงนานาประเทศว่า “คุณจะอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา หรือเป็นศัตรูกับเรา”
คำพูดของนายเบสเซนต์เป็นการขานรับคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่าประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลอิหร่านจะต้องเจอกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมเปิดตัวมาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยจะลงโทษทั้งอิหร่าน และประเทศพันธมิตร รวมถึงภาคธุรกิจต่างชาติที่ยังคงค้าขาย โอนเงิน หรือซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะเปิดเผยในงานแถลงข่าววันที่ 24 ส.ค.นี้
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจแบบเข้มข้นดังกล่าว จะช่วยลดความจำเป็นในการกลับไปใช้กำลังทางทหารเพื่อเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจาก สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยอ้างเหตุผลเพื่อยับยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนอย่างหนัก
แม้จะมีการตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายนและมิถุนายนเพื่อเจรจา แต่ข้อตกลงกลับถูกละเมิดเรื่อยมา และการเจรจาต้องหยุดชะงักลงในที่สุด ในขณะที่อิหร่านยังคงถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ และเป็นผู้กุมเงื่อนไขในการเปิดเส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้
โดนัลด์ ทรัมป์ จึงเปลี่ยนแผนมาโจมตีเศรษฐกิจของอิหร่าน ซึ่งเปราะบางอย่างหนักจากการโดนนานาชาติคว่ำบาตรมานานหลายทศวรรษ โดยตัวเลขทางการชี้ว่าในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สินค้าจำเป็นในอิหร่านมีราคาสูงขึ้นเฉลี่ย 60% และราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่า จนเกิดการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า แม้สหรัฐฯ จะตั้งเป้าสั่นคลอนการปกครอง แต่ชาวเมืองในอิหร่านมองว่า ประชาชนเคยชินกับการใช้ชีวิตภายใต้มาตรการคว่ำบาตรมานานแล้ว และเชื่อว่ารัฐบาลจะหาช่องทางในการค้าขายเพื่อพยุงตัวต่อไปได้ แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบแต่ก็อาจจะไม่ถึงขั้นล่มสลายอย่างที่สหรัฐฯ คาดการณ์
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc