รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟของยูเครนและพื้นที่โดยรอบอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ศพ ขณะที่ทางการยูเครนเรียกร้องให้ชาติตะวันตกช่วยส่งมิสไซล์สกัดกั้นที่กำลังร่อยหรอ มาให้เพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัสเซียโจมตีกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบอีกครั้งในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันพฤหัสบดี (20 ส.ค. 2569) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ สร้างความเสียหายแก่แฟลตที่พักอาศัย คลังสินค้า โรงพยาบาลเด็ก และโรงเรียน รวมถึงทำให้ไฟฟ้าดับกระทบประชาชนหลายพันครัวเรือน

รองหัวหน้าฝ่ายข่าวกรองยูเครนระบุว่า รัสเซียตั้งใจโจมตีคลังสินค้าและอาคารกำเนิดพลังงานความร้อนเพื่อทำลายระบบทำความร้อน ก่อนจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่รัสเซียใช้มาหลายปี

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียอ้างว่าพวกเขาเล็งเป้าเฉพาะสิ่งปลูกสร้างทางการทหารและคลังสินค้า พร้อมระบุว่าสกัดโดรนของยูเครนได้ 726 ลำในหลายภูมิภาค

ด้านนายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กับนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาร้องขอความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก ให้ส่งขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันทางอากาศ “แพทริออต” (Patriot) มาให้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากการขาดแคลนกระสุน ทำให้ยูเครนไม่สามารถสกัดกั้นมิสไซล์ที่รัสเซียยิงมาได้เลย

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนด้านอาวุธจากชาติตะวันตกให้ยูเครนประสบความล่าช้าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งสต็อกขีปนาวุธสกัดกั้นร่อยหรอเนื่องจากถูกนำไปใช้ในสงครามกับอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการคุ้มกันน่านฟ้าของยูเครน

ทั้งนี้ ยูเครนเร่งยกระดับการโจมตีโต้กลับลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย รวมถึงการใช้โดรนกว่า 600 ลำโจมตีกรุงมอสโกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งรัสเซียอย่างน้อย 16 รายในสัปดาห์นี้

ทางการกรุงเคียฟประกาศให้วันศุกร์ที่ 21 ส.ค. เป็นวันไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของรัสเซียในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่การเจรจาทางการทูตเพื่อหยุดยิงยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc