ศาลจีนพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายสวี่ เจียอิน หรือ "ฮุย คา ยัน" ผู้ก่อตั้งอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ "เอเวอร์แกรนด์" (Evergrande) พร้อมสั่งยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด และสั่งปรับบริษัทในเครือเป็นจำนวนเงินรวมกว่า 8,820 ล้านหยวน หรือกว่า 43,000 ล้านบาท ปิดฉากวิกฤตคดีฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน

ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง  มีคำพิพากษาวันนี้ (20 ส.ค.) ให้ นายสวี่ เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริษัท เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป จำคุกตลอดชีวิต จากความผิดหลายข้อหา รวมถึงการฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ พร้อมเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด

ศาลยังสั่งปรับเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป และบริษัทเอเวอร์แกรนด์ เรียลเอสเตท กรุ๊ป ซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือ รวมกว่า 8,820 ล้านหยวน หรือกว่า 43,000 ล้านบาท

ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเซินเจิ้นระบุว่า ระหว่างปี 2016-2021 นายสวี่ เจียอิ้น และเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายด้วยการฉ้อโกงทางการเงินในวงกว้างและต่อเนื่อง รวมถึงการใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อทำให้มูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทสูงเกินจริง และปกปิดภาระหนี้สิน

ศาลยังระบุว่า นายสวี่และผู้เกี่ยวข้องใช้อำนาจและการติดสินบนเพื่อเข้าควบคุมสถาบันการเงินบางแห่ง แม้ศาลไม่ได้เปิดเผยชื่อสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง

นายสวี่ หรือที่รู้จักในชื่อ ฮุย คา ยัน ในภาษาจีนกวางตุ้ง ให้การรับสารภาพต่อข้อกล่าวหาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยนอกจากข้อหาฉ้อโกงแล้ว ยังรวมถึงการยักยอกทรัพย์และการติดสินบน

ขณะเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงของเอเวอร์แกรนด์อีก 5 คนก็ถูกศาลพิพากษาจำคุกในวันเดียวกัน โดยมีโทษตั้งแต่ 6-18 ปี จากความผิดที่รวมถึงการฉ้อโกง

สวี่ เจียอิ้น เติบโตมาจากครอบครัวในชนบทของจีน และได้รับการเลี้ยงดูโดยคุณย่า ก่อนเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ในปี 1996

ภายใต้การบริหารของสวี่ บริษัทขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วด้วยการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ลงทุนในโครงการต่าง ๆ จนเอเวอร์แกรนด์กลายเป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของจีน และเคยมีมูลค่าตลาดมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความสำเร็จดังกล่าวทำให้สวี่ เจียอิ้น เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

อย่างไรก็ตาม โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาหนี้จำนวนมหาศาลเริ่มเผชิญปัญหา หลังรัฐบาลจีนออกมาตรการในปี 2020 เพื่อควบคุมการก่อหนี้และการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ เอเวอร์แกรนด์ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายเหมือนเดิม ต้องเร่งขายโครงการและอสังหาริมทรัพย์ในราคาลดกระหน่ำเพื่อหาเงินมาชำระหนี้ ก่อนจะผิดนัดชำระหนี้ในปี 2021

ศาลพิจารณาคดีเมื่อเดือนเมษายนพบว่าเอเวอร์แกรนด์รับเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์จากผู้ซื้อบ้านผ่านระบบการขายโครงการล่วงหน้า แต่เงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ก่อสร้างโครงการตามวัตถุประสงค์ โดยเงินบางส่วนถูกนำไปใช้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่ ส่งผลให้เกิดโครงการบ้านที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จหลายร้อยแห่ง และสร้างความเสียหายแก่ผู้ซื้อบ้านและเจ้าหนี้จำนวนมาก

การล่มสลายของเอเวอร์แกรนด์จึงไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบอสังหาริมทรัพย์จีน ธนาคารในประเทศ นักลงทุน และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจจีนโดยรวม

ก่อนหน้านี้ ในเดือนมีนาคม 2024 หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จีนได้ปรับสวี เจียอิ้น เป็นเงินประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และห้ามเขาเข้าสู่ตลาดทุนจีนตลอดชีวิต หลังพบว่าเอเวอร์แกรนด์ รายงานรายได้เกินจริงถึงประมาณ 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วิกฤตของเอเวอร์แกรนด์ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของบริษัทลดลงถึง 99% จากระดับสูงสุด ก่อนที่หุ้นของบริษัทจะถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในเดือนสิงหาคม 2025 หลังซื้อขายในตลาดมานานกว่า 15 ปี การล่มสลายของเอเวอร์แกรนด์กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของวิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

ภาคอสังหาริมทรัพย์เคยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจจีน แต่หลังจากราคาบ้านและยอดขายชะลอตัว บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากประสบปัญหาหนี้สิน โครงการก่อสร้างล่าช้าหรือหยุดชะงัก และผู้บริโภคสูญเสียความเชื่อมั่น

คำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตของสวี่ เจียอิ้น จึงถือเป็นบทสรุปครั้งสำคัญของวิกฤตเอเวอร์แกรนด์และเป็นสัญญาณชัดเจนจากรัฐบาลจีนว่า ผู้บริหารบริษัทที่ใช้การฉ้อโกงและการบิดเบือนข้อมูลเพื่อขยายธุรกิจด้วยหนี้มหาศาล จะต้องรับผิดทางอาญา แม้จะเคยเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศก็ตาม.


ที่มา BBC / AFP