ตำรวจเมืองหางโจวควบคุมตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นและผู้บริหารบริษัท หลังถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศหญิงรายหนึ่งในร้านคาราโอเกะ หลังร่วมรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์ทางธุรกิจ เจ้าหน้าที่ระบุผู้เสียหายถูกผลักจนล้มได้รับบาดเจ็บ ขณะที่คดีจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโซเชียลมีเดียจีน โดยเฉพาะประเด็นการใช้อำนาจในสถานที่ทำงานและวัฒนธรรมการดื่มเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
ทางการจีนควบคุมตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นและนักธุรกิจ 2 คน หลังถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศหญิงรายหนึ่งภายในร้านคาราโอเกะในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง คดีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในสังคมจีน โดยเฉพาะประเด็นการใช้อำนาจและความสัมพันธ์เชิงอำนาจในแวดวงการทำงาน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 26 กรกฎาคม หลังผู้เสียหายเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำทางธุรกิจ ซึ่งมีผู้บริหารจากหลายบริษัทและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วม ก่อนเดินทางต่อไปยังร้านคาราโอเกะในเมืองหางโจว
คณะทำงานสอบสวนและดำเนินการที่จัดตั้งโดยรัฐบาลเทศบาลนครหางโจว เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนเกี่ยวกับการล่วงละเมิดที่เกิดขึ้น และเนื่องจากคดีเกี่ยวข้องกับพนักงานของรัฐและข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองหางโจวและรัฐบาลท้องถิ่นจึงให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าว และจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนทันที
ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คน ซึ่งทางการระบุเพียงนามสกุลว่า จ้าว ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งหนึ่ง และ อวี๋ เจ้าหน้าที่รัฐในเขตปินเจียง เมืองหางโจว ถูกกล่าวหาว่ากระทำอนาจารต่อตัวผู้เสียหายภายในร้านคาราโอเกะ หลังจากร่วมรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์กัน
ระหว่างเกิดเหตุ จ้าวถูกกล่าวหาว่าผลักผู้เสียหายจนล้มลงกับพื้น ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังส่วนล่าง ขณะนี้ผู้เสียหายกำลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และผลการประเมินเบื้องต้นจากหน่วยงานนิติเวชระบุว่า อาการบาดเจ็บอยู่ในระดับ บาดเจ็บเล็กน้อยขั้นที่ 2 ตามการจำแนกของจีน
ตำรวจได้ควบคุมตัวจ้าวและอวี๋ในฐานะผู้ต้องสงสัยทางคดีอาญาตามกฎหมาย และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป
ขณะเดียวกัน อวี๋ถูกปลดออกจากตำแหน่งราชการ ส่วนจ้าวถูกบริษัทต้นสังกัดให้ออกจากงาน นอกจากนี้ หน่วยงานด้านวินัยและกำกับดูแลได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดี และจะดำเนินการสอบสวนตามระเบียบวินัยของพรรค กฎข้อบังคับ และกฎหมาย โดยทางการย้ำว่าจะ ไม่มีการผ่อนปรนหรือยกเว้นความผิด
คดีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนบนสื่อสังคมออนไลน์ของจีน โดยในวันนี้ (19 ส.ค.) เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ติดอยู่ใน 7 จาก 50 หัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนเว่ยป๋อ ขณะที่หนึ่งในหัวข้อที่เกี่ยวข้องมียอดเข้าชมมากกว่า 68 ล้านครั้ง ส่วนหัวข้ออื่น ๆ มียอดเข้าชมตั้งแต่ 1 ล้านถึง 6 ล้านครั้ง
กระแสความสนใจยิ่งเพิ่มขึ้นหลังทางการเผยแพร่ผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยผู้ใช้งานจำนวนมากตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนวัฒนธรรมการดื่มในงานสังสรรค์ทางธุรกิจของจีน
ผู้ใช้งานเว่ยป๋อรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า การไปร่วมงานดื่มสังสรรค์ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นยินยอมให้ถูกทำร้าย และการดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยินยอมให้ถูกละเมิด
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือสิ่งที่เรียกว่า "วัฒนธรรมการดื่มเพื่อสังคม" ของจีน ซึ่งเป็นธรรมเนียมการรับประทานอาหารและดื่มสุราเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจและสังคม โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าผู้เสียหายถูกขอให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากก่อนที่จะถูกพาไปยังร้านคาราโอเกะ
ผู้ใช้งานอีกคนตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องให้ผู้หญิงคอยร่วมดื่มกับผู้ชาย พร้อมแสดงความหวังว่าแนวปฏิบัติดังกล่าวจะถูกยกเลิก
สื่อ China Women's News ยังเผยแพร่บทความแสดงความคิดเห็นว่า การจัดการเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อาจไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องกำหนด “ขอบเขตของการปฏิสัมพันธ์ทางธุรกิจ” ผ่านมาตรการเชิงสถาบัน เพื่อปิดช่องว่างที่อำนาจหน้าที่อาจเข้ามาปะปนกับพันธะทางสังคม
เหตุการณ์ดังกล่าวยังจุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ขณะที่อีกคนเป็นผู้บริหารของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจของรัฐ
การจับกุมในคดีลักษณะการล่วงละเมิดทางเพศระหว่างงานเลี้ยงสังสรรค์ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่พบได้บ่อยในจีน โดยเฉพาะเมื่อมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากสังคม
นอกจากประเด็นการคุ้มครองผู้เสียหายแล้ว กระแสวิพากษ์วิจารณ์ยังสะท้อนคำถามที่กว้างขึ้นว่า ระบบการทำงานและวัฒนธรรมการสังสรรค์ทางธุรกิจควรมีขอบเขตชัดเจนเพียงใด เพื่อป้องกันไม่ให้การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจหรือการเข้าสังคมถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกดดันหรือละเมิดผู้อื่น
ทางการหางโจวยืนยันว่า การสอบสวนคดีอาญายังคงดำเนินต่อไป และหน่วยงานด้านวินัยและกำกับดูแลจะตรวจสอบพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยย้ำจุดยืนว่าจะดำเนินการตามกฎหมายและกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีการผ่อนปรนแก่ผู้กระทำผิด.
ที่มา China Daily / BBC