"เขม มโนวิทยา" ลูกสาวของนายเขม โสกา อดีตแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชา ซึ่งเคยรับโทษจำคุก 27 ปี ในข้อหากบฏ ปกป้องการเข้ารับตำแหน่ง "ทูตพิเศษ" ประจำนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต หลังได้รับแต่งตั้งให้มีสถานะเทียบเท่ารัฐมนตรี โดยยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ "ไม่เกี่ยวข้องใดๆ" กับบิดาของเธอ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนการอ่อนแรงของฝ่ายค้าน และการลดบทบาททางการเมืองของบิดา
เขม มโนวิทยา บุตรสาวของ เขม โสกา อดีตแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชา ออกมาปกป้องการเข้ารับตำแหน่งใหม่ในรัฐบาล ซึ่งครั้งหนึ่งเคยดำเนินคดีและตัดสินจำคุกบิดาของเธอ 27 ปี ในข้อหากบฏ โดยยืนยันว่า บทบาทดังกล่าว "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบิดา ฝ่ายค้าน หรือพรรครัฐบาล" หลังได้รับการแต่งตั้งเป็น "ทูตพิเศษ" ของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา
พระราชกฤษฎีกาซึ่งลงพระปรมาภิไธยโดยสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ระบุว่า การแต่งตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และทำให้เขม มโนวิทยา วัย 44 ปี มีตำแหน่งในระดับเทียบเท่ารัฐมนตรี แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่อย่างเป็นทางการ
การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลัง เขม โสกา ได้รับพระราชทานอภัยโทษในเดือนพฤษภาคม หลังจากก่อนหน้านี้ถูกศาลตัดสินจำคุก 27 ปีจากความผิดฐานกบฏ โดยเขม โสกา ปฏิเสธข้อกล่าวหา
เขม โสกา ถูกจับกุมในปี 2017 โดยถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับสหรัฐฯ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของ ฮุน เซน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นบิดาของฮุน มาเนต ต่อมาพรรคกู้ชาติกัมพูชา หรือ CNRP ซึ่งเขม โสกาเป็นผู้นำ ถูกศาลสั่งยุบในปีเดียวกัน ส่งผลให้สมาชิกพรรคจำนวนมากต้องลี้ภัย ขณะที่บางส่วนถูกดำเนินคดีและถูกจำคุกโดยไม่ปรากฏตัวในศาล
เขม มโนวิทยา ซึ่งเคยเป็นสมาชิกพรรค CNRP กล่าวว่า ตำแหน่งใหม่ของเธอจะมุ่งเน้น กิจการระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ และการ "ปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา" หลังจากเธอกล่าวหาว่าพื้นที่ตามแนวชายแดนบางส่วนถูก "กองกำลังทหารไทยเข้ายึดครองอย่างผิดกฎหมาย"
รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า ชาวกัมพูชามากกว่า 20,000 คนยังคงพลัดถิ่นจากพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย หลังเกิดการปะทะทางทหารระหว่างสองประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา
ด้านฮุน มาเนต กล่าวว่า เขม มโนวิทยา จะเข้ามาช่วยงานด้านการทูตระหว่างประเทศ โดยยกประเด็นข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ก่อนหน้านี้ ฮุน มาเนต ยังเผยแพร่ภาพถ่ายผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันศุกร์ ขณะยืนเคียงข้างเขม มโนวิทยา พร้อมเรียกเธอว่า "น้องสาว" และระบุว่า นักการเมืองคนรุ่นใหม่สามารถร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะในเวทีระหว่างประเทศ
การแต่งตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจาก ฮุน เซน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาและยังมีอิทธิพลทางการเมืองอย่างสูง เผยแพร่ภาพขณะจับมือกับเขม โสกา ในการพบปะหารือที่มีเขม มโนวิทยาเข้าร่วมด้วย
เขม มโนวิทยา กล่าวว่า ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ “ความรับผิดชอบต่อกัมพูชาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง” พร้อมขอให้สังคมมองข้ามเรื่องการเมือง และพิจารณาบทบาทของเธอจากลักษณะงานและการปฏิบัติหน้าที่
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การแต่งตั้งครั้งนี้อาจสะท้อนถึง การอ่อนแรงลงอีกขั้นของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา รวมถึงการลดบทบาททางการเมืองของเขม โสกา หลังรัฐบาลตระกูลฮุนครองอำนาจมายาวนาน
มู โสเจีย อดีตแกนนำระดับสูงของพรรค CNRP ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ในสหรัฐฯ กล่าวว่า ตำแหน่งที่มอบให้เขม มโนวิทยา อาจเป็นความพยายามของรัฐบาลในการ "รับมือกับการตรวจสอบจากนานาชาติ" และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลตอบสนองต่อข้อกังวลจากภายนอกประเทศ
เธอกล่าวว่า ชาติตะวันตก รวมถึงสหรัฐฯ เรียกร้องมาเป็นเวลานานให้เขม โสกา ได้รับการปล่อยตัวอย่างสมบูรณ์และได้รับสิทธิทางการเมืองกลับคืนมา พร้อมระบุว่า ครอบครัวเขมอาจเจรจาเพื่อแลกกับตำแหน่งในรัฐบาลและเสรีภาพของตนเอง แต่ผู้ที่ถูกเรียกว่า "นักโทษการเมือง" และสมาชิกฝ่ายค้านในท้องถิ่นที่ยังถูกจำคุก ไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงดังกล่าว
ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนท้องถิ่น Licadho ประเมินว่า ปัจจุบันมีนักการเมืองฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองราว 50 คนถูกจำคุกในกัมพูชา จากข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะหรือการทำกิจกรรมทางการเมือง
การแต่งตั้งเขม มโนวิทยา จึงถูกจับตามองว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญต่อการเมืองกัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลฮุน มาเนตพยายามสร้างภาพลักษณ์การเปิดกว้างมากขึ้น ขณะที่ฮุน เซน ยังคงมีบทบาทสำคัญและอิทธิพลอย่างมากต่อทิศทางการเมืองของประเทศ.