เจ้าหน้าที่ไต้หวันจับกุมหญิงชาวไทย ซึ่งเป็นโค้ชมวยไทยวัย 35 ปี หลังต้องสงสัยรับจ้างขนยาเสพติดจากขบวนการค้ายา โดยกลืนแคปซูลเฮโรอีน 72 แคปซูลลงในช่องท้อง หลังเดินทางจากไทยมายังเมืองเกาสง เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าควบคุมตัวในโรงพยาบาลนานถึง 10 วัน จึงสามารถนำแคปซูลออกมาได้ทั้งหมด น้ำหนักรวม 289.1 กรัม มูลค่าตลาดมืดประมาณ 3.6 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
หน่วยสืบสวนและป้องกันอาชญากรรมของหน่วยยามฝั่งไต้หวัน ประจำเมืองเกาสง ได้รับข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งระบุว่าอาจมีชาวต่างชาติใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดในสัมภาระหรือภายในร่างกาย เพื่อลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ไต้หวัน
เจ้าหน้าที่จึงประสานความร่วมมือกับศุลกากรเกาสง ตำรวจการบิน หน่วยตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจ จัดตั้งทีมเฉพาะกิจติดตามผู้ต้องสงสัย ก่อนพบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงชาวไทยวัย 35 ปี ซึ่งทำงานเป็นโค้ชมวยไทย และเตรียมเดินทางจากประเทศไทยมายังไต้หวันด้วยวิธีกลืนแคปซูลยาเสพติดเข้าไปในร่างกาย
เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดักรอและเข้าควบคุมตัวหญิงรายนี้ทันทีที่เดินทางถึงท่าอากาศยานเกาสงเสี่ยวกัง ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลภายใต้การควบคุม เพื่อเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด
ผลการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เผยให้เห็นวัตถุรูปทรงรีจำนวนมากอยู่ภายในช่องท้อง เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเป็นแคปซูลยาเสพติดที่ถูกกลืนเข้าไปเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นในสนามบิน
จากการตรวจสอบพบว่า แคปซูลทั้งหมดถูกห่อหุ้มหลายชั้นด้วยถุงยางอนามัยและพลาสติกหดร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้สารเสพติดสัมผัสกับร่างกาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ใช้กระบวนการทางการแพทย์เพื่อให้แคปซูลถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ
เนื่องจากหญิงรายนี้เป็นโค้ชมวยไทยและมีร่างกายแข็งแรงจากการฝึกฝนอย่างหนัก เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยจัดกำลังเฝ้าควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการหลบหนี ขณะที่กระบวนการนำแคปซูลออกจากร่างกายต้องใช้เวลานานถึง 10 วัน
ในที่สุด เจ้าหน้าที่สามารถเก็บแคปซูลต้องสงสัยได้ครบทั้ง 72 แคปซูล ก่อนตรวจพิสูจน์และยืนยันว่าเป็น เฮโรอีน ซึ่งจัดเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 ตามกฎหมายไต้หวัน มีน้ำหนักรวม 289.1 กรัม และมีมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 3.6 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การลักลอบขนยาเสพติดด้วยวิธีกลืนแคปซูลไว้ในร่างกายมีความเสี่ยงอย่างยิ่ง หากบรรจุภัณฑ์เกิดการฉีกขาด หรือถูกกรดในกระเพาะกัดกร่อน ยาเสพติดอาจเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดพิษรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
คดีนี้ถูกดำเนินการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามอันตรายจากยาเสพติดของไต้หวัน และส่งตัวผู้ต้องหาให้สำนักงานอัยการเกาสงดำเนินคดี โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ควบคุมตัวหญิงชาวไทยรายนี้ระหว่างดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่เชื่อว่า หญิงรายนี้อาจได้รับการว่าจ้างจากขบวนการค้ายาเสพติดให้ทำหน้าที่ลำเลียงเฮโรอีนเข้าสู่ไต้หวัน และกำลังขยายผลเพื่อสืบหาผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป.
ที่มา CTWANT/ Epoch Times