"เปโตรบราส" บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลบราซิล ยืนยันการค้นพบแหล่งน้ำมันดิบในบ่อสำรวจมอร์โฟ บริเวณเขตเส้นศูนย์สูตรใกล้ปากแม่น้ำแอมะซอน นอกชายฝั่งรัฐอามาปา ประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ชี้การค้นพบครั้งนี้คือ "พาสปอร์ตสู่อนาคตของประเทศ" ขณะที่ผู้บริหารระบุต้องใช้เวลาประเมินปริมาณสำรองที่แน่ชัด แต่เชื่อมั่นในศักยภาพมหาศาล

มักดา ชัมเบรียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเปโตรบราส (Petrobras) ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า มีการตรวจพบแหล่งน้ำมันดิบคุณภาพสูงจากการเจาะสำรวจที่บ่อ "มอร์โฟ" (Morpho) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขตนอกชายฝั่งขอบเส้นศูนย์สูตร ห่างจากชายฝั่งรัฐอามาปาประมาณ 180 กิโลเมตร บริเวณปากแม่น้ำแอมะซอน

"มีน้ำมันจริงและเราค้นพบมันแล้ว แม้ตอนนี้เรายังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด แต่เรามองสิ่งที่เราพบด้วยความยึดมั่นและมองโลกในแง่ดีอย่างยิ่ง"

การเจาะสำรวจที่บ่อดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นลงภายใน 15 ถึง 20 วัน โดยเปโตรบราสมีแผนจะเจาะบ่อสำรวจเพิ่มอีก 3 บ่อในบริเวณใกล้เคียง และอีก 5 บ่อในพื้นที่ข้างเคียงเพื่อประเมินศักยภาพของแหล่งน้ำมันอย่างละเอียด 

ทั้งนี้ บริเวณชายฝั่งใกล้ปากแม่น้ำแอมะซอน หรือที่เรียกว่า Equatorial Margin เชื่อว่ามีศักยภาพด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูง การประเมินเบื้องต้นระบุว่า แอ่งดังกล่าวอาจมีน้ำมันมากถึง 10,000 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่าราว 3.8 ล้านล้านเรียล หรือประมาณ 720,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความจำเป็นในการค้นหาแหล่งน้ำมันใหม่เกิดขึ้นเนื่องจากแหล่งน้ำมันใต้ชั้นเกลือ ซึ่งปัจจุบันป้อนผลผลิตน้ำมันดิบถึง 80% ของบราซิล คาดว่าจะพุ่งขึ้นแตะระดับการผลิตสูงสุด ในช่วงปี 2034 ถึง 2035 ทำให้บราซิลต้องเร่งหาแหล่งน้ำมันใหม่มาทดแทน

ประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ได้เดินทางไปเยือนเรือเจาะน้ำมันของเปโตรบราส และร่วมแถลงข่าวที่เทศบาลโอเอียโปกิ ในรัฐอามาปา โดยลูลาได้ชูขวดบรรจุน้ำมันดิบสีดำพร้อมเปรียบเทียบว่าการค้นพบครั้งนี้คือ "พาสปอร์ตสู่อนาคตของบราซิล" ที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของรัฐอามาปา ไม่ให้เป็นเพียงผู้ส่งออกอาซาอิ และปลาตากแห้งเท่านั้น

ลูลากล่าวเน้นย้ำว่า "เมื่อผมพูดว่า 'พาสปอร์ต' ผมไม่ได้ปฏิเสธความมุ่งมั่นของผมในการต่อสู้เพื่อวันที่เราจะไม่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไป เพราะบราซิลจะยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน" 

ด้านนายอเล็กซานเดร ซิลเวรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของบราซิล ยกย่องการค้นพบครั้งนี้ว่ามีความสำคัญระดับประวัติศาสตร์และเกี่ยวข้องโดยตรงกับอธิปไตยทางพลังงานของประเทศ

กระบวนการอนุมัติใบอนุญาตสิ่งแวดล้อมสำหรับบ่อสำรวจมอร์โฟเต็มไปด้วยข้อถกเถียงอย่างหนัก โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของบราซิล (Ibama) เคยมีข้อเสนอแนะทางเทคนิคให้ระงับโครงการ เนื่องจากความกังวลเรื่องผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น ชนพื้นเมือง และปัญหาจากน้ำมันรั่วไหล แต่ใบอนุญาตได้รับการอนุมัติในเดือนตุลาคม 2025 ภายใต้การผลักดันของรัฐบาลลูลา ก่อนหน้าการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP30) ที่เมืองเบเลมเพียงไม่นาน

นักวิเคราะห์ทางการมองว่า การลงพื้นที่และประกาศข่าวดีทางการค้าของลูลาเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญทางการเมือง เนื่องจากลูลากำลังเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 ในช่วงปลายปี ซึ่งการเปิดประตูสู่การเป็นแหล่งน้ำมันระดับโลกแห่งใหม่ อาจช่วยดึงคะแนนเสียงจากผู้อยู่ในแถบภาคเหนือของประเทศที่เคยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของเขาได้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า แม้จะพบคราบน้ำมันแล้ว แต่ขั้นตอนการสำรวจเพื่อประเมินความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์และการเริ่มขุดเจาะจริงอาจต้องใช้เวลานานถึง 1 ทศวรรษ ขณะที่บริษัทเปโตรบราสซึ่งเพิ่งรายงานกำไรสุทธิไตรมาสล่าสุดสูงถึง 5.24 หมื่นล้านเรียล หรือพุ่งขึ้น 97% ยืนยันว่าได้ยื่นคำขออนุญาตจาก Ibama เพื่อขุดเจาะบ่อสำรวจเพิ่มเติมแล้ว และกำลังรอการพิจารณา.


ที่มา Folha de S.Paulo / The Associated Press