ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกมาผลักดันให้ประเทศเร่งโอนอำนาจในการควบคุมปฏิบัติการทางทหารในภาวะสงครามคืนจากสหรัฐฯ หลังทรัมป์สั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วมระหว่างทั้งสองประเทศลง
เมื่อวันอังคารที่ 18 ส.ค. 2569 นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกมาผลักดันให้ประเทศเร่งรัดกระบวนการ “โอนอำนาจควบคุมการปฏิบัติการทางทหารในภาวะสงคราม” (Opcon) กลับคืนมาจากสหรัฐฯ ให้สำเร็จภายในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง
เขายังเรียกร้องให้เร่งพัฒนาโครงการ "เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์" ของเกาหลีใต้ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรทางการทหารสำหรับการรบยุคใหม่ โดยย้ำว่า การเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางการทหารเป็นสิ่งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งกัน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของผู้นำเกาหลีใต้เกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ลดขนาดการซ้อมรบร่วม "Ulchi Freedom Shield" ที่กำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 10 วันลงอย่างมีนัยสำคัญ
นายทรัมป์อ้างว่า คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม และตนเองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคิม จึงต้องการผ่อนคลายการใช้แนวทางทางทหารเพื่อสานต่อกระบวนการทางการทูต แต่ผู้นำสหรัฐฯ บอกเป็นนัยด้วยว่า อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการลดขนาดการซ้อมรบครั้งนี้ เป็นเพราะเกาหลีใต้ไม่ยอมช่วยสหรัฐฯ ในการต่อสู้กับอิหร่าน
“เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้ถามประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า พวกเขาต้องการเข้าร่วมกับเราในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านหรือไม่ และพวกเขาตอบกลับมาว่า ‘ไม่ละ ขอบคุณ!’” ทรัมป์ระบุในข้อความที่โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อหลายวันก่อน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นผู้ถืออำนาจสั่งการกองทัพเกาหลีใต้ในภาวะสงครามมาตั้งแต่สงครามเกาหลี (พ.ศ. 2496) แม้เกาหลีใต้จะได้อำนาจสั่งการในภาวะสงบสุขคืนมาเมื่อปี 2537 แต่เกาหลีใต้ยังคงพยายามดึงอำนาจในภาวะสงครามกลับคืนมาเพื่อแสดงถึงอธิปไตยแห่งชาติอย่างสมบูรณ์
เจ้าหน้าที่ทหารของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้แสดงความกังวลว่า เกาหลีเหนือกำลังเรียนรู้ยุทธวิธีและเทคโนโลยีสงครามใหม่ๆ เช่นการใช้โดรน จากการส่งกำลังพลและสนับสนุนอาวุธให้แก่รัสเซียในสงครามยูเครน ทำให้การซ้อมรบร่วมเดิมมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อรับมือภัยคุกคามดังกล่าว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : the guardian