ประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล ออกมาแสดงความยินดีต่อการค้นพบแหล่งน้ำมันแห่งใหม่บริเวณปากแม่น้ำอเมซอน และอนุญาตให้มีการขุดเจาะสำรวจแล้ว โดยย้ำว่ามีความสำคัญต่อประเทศ

เมื่อวันอังคารที่ 18 ส.ค. 2569 ประธานาธิบดี ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ออกมาแสดงความยินดีต่อการค้นพบแหล่งน้ำมันใกล้กับบริเวณปากแม่น้ำอเมซอน ซึ่งเปิดเผยโดยบริษัท Petrobras รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของบราซิล โดยเขาเปรียบการค้นพบครั้งนี้ว่าอาจเป็น “พาสปอร์ตสู่อนาคตของประเทศ”

ผู้นำบราซิลระบุว่า เขาอนุญาตให้มีการขุดเจาะสำรวจบริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งประมาณ 175 กิโลเมตร ในพื้นที่ที่เรียกว่า Equatorial Margin ที่ความลึกระดับ 2,886 เมตร โดยขณะนี้ยังไม่ทราบขนาดที่แน่ชัดของแหล่งน้ำมัน และยังต้องประเมินว่าจะคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การค้นพบแหล่งน้ำมันช่วยสร้างความหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น เมืองโอยาโปเก (Oiapoque) ในรัฐอามาปา ซึ่งเริ่มมีผู้คนอพยพเข้ามามากขึ้นแล้ว

ประธานาธิบดีลูลายืนยันว่า รายได้จากน้ำมันมีความจำเป็นเพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดของประเทศ โดยบราซิลจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานหมุนเวียนต่อไป

เขาปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากต่างชาติเกี่ยวกับการขุดเจาะ โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็น “อธิปไตยของชาติ” และจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทรกแซง

การตัดสินใจเดินหน้าสำรวจก่อนการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) ถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศและบริษัทรัฐวิสาหกิจเป็นสำคัญ

กลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจขุดเจาะแหล่งน้ำมันใหม่นี้อย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีความกังวลว่าหากเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล กระแสน้ำอาจพัดคราบน้ำมันไปทำลายระบบนิเวศ แนวปะการัง และพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc