สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอน ออกแถลงการณ์เตือนสหราชอาณาจักรว่าจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังยืนยันพบยูเครนใช้โดรนสัญชาติอังกฤษยิงถล่มเป้าหมายทางทหารและอุตสาหกรรมลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย

รัสเซียออกคำเตือนอย่างรุนแรงต่อสหราชอาณาจักร โดยระบุว่าอังกฤษจะต้องเผชิญ "ผลที่ตามมา" จากการจัดหาโดรนให้ยูเครน ซึ่งถูกนำไปใช้โจมตีเป้าหมายภายในดินแดนรัสเซีย พร้อมกล่าวหาว่าลอนดอนกำลังจงใจยกระดับความขัดแย้งในยูเครน

สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักรระบุในแถลงการณ์ว่า การกระทำของอังกฤษ "ย่อมนำมาซึ่งผลที่ตามมา ซึ่งอังกฤษจะต้องรับผิดชอบ" และเตือนว่า ยิ่งอังกฤษเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งมากขึ้น ราคาที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้น

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังหนังสือพิมพ์ The Times รายงานว่า โดรนที่ผลิตในอังกฤษถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในการโจมตีเป้าหมายระยะไกลภายในรัสเซีย โดยแหล่งข่าวทางทหารยืนยันกับบีบีซีว่าโดรนของอังกฤษถูกใช้ในการโจมตีจริง

ยูเครนได้เพิ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานอุตสาหกรรม และศูนย์โลจิสติกส์ โดยเฉพาะคลังสินค้าของ "ไวลด์เบอร์รีส์" (Wildberries) บริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งมักถูกเปรียบว่าเป็น "แอมะซอนของรัสเซีย"

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัสเซียระบุว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ยูเครนส่งโดรนหลายร้อยลำโจมตีพื้นที่กรุงมอสโก โดยอันเดรย์ โวโรบิยอฟ ผู้ว่าการแคว้นมอสโก กล่าวว่า มีเด็กหญิงวัย 10 ปีได้รับบาดเจ็บ และคลังสินค้าของไวลด์เบอร์รีส์ได้รับความเสียหาย

ไวลด์เบอร์รีส์ ระบุว่า ศูนย์โลจิสติกส์แห่งหนึ่งได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากการโจมตี ขณะที่รัฐบาลยูเครนระบุว่า ศูนย์โลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของบริษัท 7 แห่งจากทั้งหมด 10 แห่งได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถดำเนินงานได้

แหล่งข่าวระบุว่า มีบริษัทอังกฤษ 2 แห่งที่เป็นที่รู้จักว่าเป็นผู้ผลิตโดรนที่ส่งให้ยูเครน ขณะที่การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้รัสเซียแล้วมากกว่า 35,000 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมอังกฤษไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าโดรนของอังกฤษถูกใช้ในการโจมตีครั้งล่าสุด แต่โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า อังกฤษจะ “ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่” กับยูเครน

โฆษกกระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุว่า รัสเซียไม่ควรสงสัยในความมุ่งมั่นของรัฐบาลอังกฤษที่จะต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย ทั้งในยูเครน รวมถึงการต่อต้านการคุกคามต่ออังกฤษและชาติพันธมิตร พร้อมยืนยันว่าอังกฤษมุ่งมั่นจัดหาอุปกรณ์ที่ยูเครนต้องการเพื่อป้องกันตนเองจากการรุกรานของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อังกฤษประกาศว่าจะจัดหาโดรนให้ยูเครน 150,000 ลำภายในสิ้นปี 2026 ภายใต้แพ็กเกจสนับสนุนมูลค่า 752 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 996 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากโดรนที่ได้รับจากต่างประเทศแล้ว ยูเครนยังพัฒนาเทคโนโลยีโดรนและขีปนาวุธของตนเอง โดยหนึ่งในอาวุธที่ถูกนำมาใช้ในช่วงที่ผ่านมา คือขีปนาวุธร่อน FP-5 Flamingo

เจ้าหน้าที่รัสเซียระบุว่า ในการโจมตีระลอกล่าสุด มีโดรนประมาณ 620 ลำ มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่โดยรอบกรุงมอสโก ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียสามารถทำลายโดรนได้มากกว่า 180 ลำ แต่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน

ก่อนหน้านี้ เมื่อคืนวันเสาร์ ยูเครนเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนประมาณ 822 ลำ ไปยังเป้าหมายในรัสเซีย โดยผู้ว่าการแคว้นมอสโกระบุว่า ประมาณ 600 ลำมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโก และเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 7 คนทั่วรัสเซีย

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเคยกล่าวในปี 2024 ว่า โดรนที่ใช้ชิ้นส่วนและระบบจากอังกฤษถูกนำมาใช้โจมตีดินแดนรัสเซีย รวมถึงโจมตีคลังเชื้อเพลิงในเขตคาเมนสกี แคว้นรอสตอฟ

รัสเซียยังเคยเตือนอังกฤษหลายครั้งเกี่ยวกับการจัดหาเทคโนโลยีโดรนและขีปนาวุธ Storm Shadow ให้ยูเครน แต่ในแถลงการณ์ล่าสุด สถานทูตรัสเซียไม่ได้ระบุรายละเอียดว่ามอสโกกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ในรูปแบบใด

การโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่ต่อยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน

ที่หมู่บ้านเปเชนีฮี ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 10 คน หลังขีปนาวุธรัสเซีย 2 ลูกโจมตีบ้านเรือน ร้านกาแฟ และที่ทำการไปรษณีย์ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 17 คนในแคว้นคาร์คิฟ

นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตในเมืองซูมี 3 คน เมืองซาปอริซเซีย 2 คน และเมืองเคอร์ซอนอีก 2 คน ส่วนเมืองอีเซียมใกล้แนวหน้าทางตะวันออก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน และกรุงเคียฟเผชิญการโจมตีถึง 5 ระลอกในช่วงข้ามคืน

นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 มอสโกได้เตือนอังกฤษและชาติพันธมิตรตะวันตกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การสนับสนุนยูเครน รวมถึงการส่งมอบอาวุธและยุทโธปกรณ์ อาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้จากรัสเซีย และเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก.


ที่มา BBC / Reuters