ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ประกาศแผนจัดสรรงบประมาณปี 2027 แจกเงินสดถ้วนหน้าคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 10,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้มีส่วนร่วมรับ "เงินปันผลจาก AI" จากอานิสงส์การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งที่คาดว่าจะพุ่งสูงที่สุดในรอบ 39 ปี พร้อมตั้งงบกลาโหมทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันเป็นครั้งแรก
ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ประกาศเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่า รัฐบาลจะบรรจุโครงการแจกเงินสดให้ประชาชนทุกคนคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 10,000 บาท ในงบประมาณรัฐบาลกลางปี 2027 เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังเศรษฐกิจไต้หวันขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจากความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ไล่เปิดเผยเรื่องดังกล่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดีในนครไทเป หลังได้รับรายงานเกี่ยวกับร่างงบประมาณรัฐบาลกลางปีหน้าเป็นครั้งที่ 2 โดยระบุว่า รัฐบาลจะเพิ่มรายจ่าย 235,700 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับการแจกเงินสด โดยยังคงรักษาสมดุลงบประมาณและไม่จำเป็นต้องก่อหนี้ใหม่เพิ่มเติม
ประธานาธิบดีไต้หวันกล่าวว่า รัฐบาลตัดสินใจเพิ่มงบประมาณเพื่อแจกเงินคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เขาเรียกว่า "เงินปันผลจาก AI" โดยแต่ละบุคคลและครอบครัวจะสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะนำเงินไปใช้ด้านใด เช่น การศึกษา การดูแลผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หรือการจับจ่ายที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดียังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงิน วิธีการจ่ายเงิน หรือกำหนดเวลาที่จะเริ่มแจกเงิน
ไต้หวันเคยดำเนินโครงการแจกเงินสดคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน มาแล้วในปี 2025 ภายใต้งบประมาณพิเศษ ซึ่งส่วนหนึ่งมีเป้าหมายช่วยประชาชนรับมือผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และภาวะเงินเฟ้อ โดยผู้มีสิทธิในครั้งนั้นครอบคลุมทั้งชาวไต้หวัน ผู้มีถิ่นพำนักถาวรชาวต่างชาติ และคู่สมรสชาวต่างชาติของพลเมืองไต้หวันที่มีใบอนุญาตพำนัก
การประกาศครั้งล่าสุดมีขึ้นหลังสำนักงานงบประมาณ บัญชี และสถิติของไต้หวันปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 เป็น 11.05% จากเดิม 9.64% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ไล่ระบุว่า เศรษฐกิจไต้หวันขยายตัว 14.15% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และคาดว่าอัตราการเติบโตตลอดทั้งปีจะทำสถิติสูงสุดในรอบ 39 ปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นสำหรับเทคโนโลยี AI ระบบประมวลผลสมรรถนะสูง หรือ HPC และบริการคลาวด์ ส่งผลให้คำสั่งซื้อ การส่งออก และการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงห่วงโซ่การผลิตของไต้หวันเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไล่เตือนว่าผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้กระจายไปถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังทำงานอยู่ในภาคบริการ อุตสาหกรรมดั้งเดิม และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
นอกจากมาตรการแจกเงินสดแล้ว รัฐบาลไต้หวันกำหนดนโยบายสำคัญสำหรับปี 2027 อีก 5 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนครอบครัว การเสริมสร้างความมั่นคงและการป้องกันประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยี การเร่งโครงการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ และการเพิ่มเงินสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่น
รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณ 373,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน สำหรับมาตรการสนับสนุนครอบครัว ขณะที่งบประมาณด้านกลาโหมทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งงบประมาณประจำปีและงบประมาณพิเศษ จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1225 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน เป็นครั้งแรกที่งบกลาโหมของไต้หวันทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP
นายไล่กล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือการดูแลประชาชนทุกคนและทำให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมกับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมสั่งให้คณะรัฐมนตรีเดินหน้าจัดเตรียมร่างงบประมาณตามกำหนด และหวังว่าสภานิติบัญญัติจะพิจารณางบประมาณตามกรอบเวลาที่กำหนด
คำเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นเพียง 3 วันหลังจากสภานิติบัญญัติซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากผ่านงบประมาณรัฐบาลกลางปี 2026 หลังเกิดความล่าช้าเป็นประวัติการณ์
พรรคก๊กมินตั๋ง หรือ KMT และพรรคประชาชนไต้หวัน หรือ TPP ซึ่งครองเสียงข้างมากร่วมกันในสภา ได้ตัดลดงบประมาณจากข้อเสนอของรัฐบาลไป 48,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ก่อนอนุมัติวงเงินรายจ่ายรวม 2.9869 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน.
ที่มา Focus Taiwan / The Taipei Times