ภาพยนตร์แอนิเมชันจีนทุนต่ำเรื่อง "Niu Lai" หรือ "วัวมาแล้ว" กลายเป็นปรากฏการณ์ฮิตแบบเหนือความคาดหมาย หลังผู้ชมแห่แชร์และล้อเลียนคุณภาพของภาพและเนื้อเรื่องที่ดูแปลกประหลาด จนกระแส "แย่จนกลายเป็นดี" ผลักดันยอดขายตั๋วจากไม่ถึง 8,000 หยวนในช่วง 10 วันแรก สู่รายได้มากกว่า 14.9 ล้านหยวน และขึ้นมาแข่งขันกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์บนตารางรายได้ในจีน

ภาพยนตร์แอนิเมชันทุนต่ำของจีนเรื่อง "Niu Lai" ซึ่งแปลว่า "วัวมาแล้ว" กลายเป็นหนังม้ามืดประจำฤดูร้อนของจีน หลังได้รับความสนใจอย่างถล่มทลายจากโลกออนไลน์ แม้เดิมแทบไม่มีใครรู้จัก และมีคุณภาพงานแอนิเมชันที่ถูกผู้ชมวิจารณ์อย่างหนัก

"Niu Lai" เป็นภาพยนตร์ความยาว 86 นาที เล่าเรื่องลูกวัวแรกเกิดกับนกจาบคาที่พัฒนาความสัมพันธ์กันผ่านเหตุการณ์ในโลกแห่งความฝันที่มีลักษณะเป็นนามธรรม ภาพยนตร์เข้าฉายในจีนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และในช่วง 10 วันแรกทำรายได้เพียงประมาณ 7,700 หยวน โดยมีผู้ซื้อตั๋วทั่วประเทศไม่ถึง 300 คน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ก่อนฉาย ไม่มีการโปรโมตล่วงหน้า และไม่มีแม้แต่ตัวอย่างภาพยนตร์ แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่สับสนและภาพแอนิเมชันที่ดูหยาบ กลับทำให้เกิดการแชร์คลิปและมีมบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว

จากนั้นผู้ชมจำนวนมากเริ่มเดินทางไปโรงภาพยนตร์เพื่อพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ "แย่แค่ไหน" จนยอดขายตั๋วพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ติดตามรายได้ภาพยนตร์ Mao Yan ระบุว่า ปัจจุบัน "Niu Lai" ทำรายได้มากกว่า 14.9 ล้านหยวน และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้โดดเด่นของปีนี้

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนถึงกับยกให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น "ยาแก้" กระแสคอนเทนต์ที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังแพร่หลายในโลกออนไลน์ โดยชื่นชมความเป็นงาน "ทำด้วยมือ" ของภาพยนตร์ แม้คำดังกล่าวจะเป็นการประชดคุณภาพแอนิเมชันที่ดูหยาบและล้าสมัยก็ตาม

ผู้ชมรายหนึ่งเขียนบนเว่ยป๋อว่า "นี่คือฝีมือการทำงานที่จริงจังมาก" ขณะที่อีกรายเรียกภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "งานทำมืออย่างแท้จริง" และยกให้เป็น "หนังม้ามืดที่ใหญ่ที่สุด" ของฤดูกาลภาพยนตร์ฤดูร้อน

กระแสความนิยมยังเชื่อมโยงไปถึงตลาดหุ้นจีน เนื่องจากคำว่า "วัว" มีความหมายเชื่อมโยงกับแนวคิดตลาดหุ้นขาขึ้นในภาษาจีน ผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ว่า หากดัชนีตลาดหุ้นแตะระดับ 4,000 จุดในวันรุ่งขึ้น จะเดินทางไปโรงภาพยนตร์เพื่อสนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้

เดิม "Niu Lai" เป็นผลงานขนาดเล็กที่สร้างโดยคนเพียง 2 คน ใช้เวลาผลิตนานถึง 5 ปี โดยผู้สร้างทั้งสองทำหน้าที่ทั้งเขียนบท กำกับ พากย์เสียง และอำนวยการสร้าง และมีรายงานว่าเป็นทีมแม่ลูก ภาพยนตร์จึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากแอนิเมชันจีนทุนสูงที่มีภาพสวยงามและเทคนิคอลังการ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อความต้องการชมเพิ่มขึ้น โรงภาพยนตร์หลายแห่งจึงเพิ่มรอบฉาย แม้ภาพยนตร์จะไม่มีโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่โรงภาพยนตร์บางแห่งถึงกับวาดโปสเตอร์ขึ้นเองเพื่อดึงดูดผู้ชม

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ "Niu Lai" ไม่ได้ได้รับการต้อนรับจากทุกฝ่าย สำนักข่าวปักกิ่งนิวส์ ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ วิจารณ์ว่าโรงภาพยนตร์อาจ "สูญเสียความไว้วางใจจากผู้ชม" หากยังคงเพิ่มรอบฉายภาพยนตร์ที่มีคุณภาพต่ำ พร้อมเรียกร้องให้โรงภาพยนตร์ทำหน้าที่เป็น "ผู้คัดกรอง" และปฏิเสธภาพยนตร์ที่เห็นได้ชัดว่าไม่ผ่านมาตรฐาน แทนที่จะปล่อยให้ภาพยนตร์ลักษณะนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์รายหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ มองว่า "Niu Lai" มีความโดดเด่นตรงที่ "แย่ในแทบทุกองค์ประกอบเท่าที่จะจินตนาการได้" ทั้งเรื่องราว เทคนิคพิเศษ และองค์ประกอบต่าง ๆ ของภาพยนตร์ แต่ความย้อนแย้งนี้เองกลับกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชม

เขายังมองว่า ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจสร้างความอับอายให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีน เพราะความนิยมเกิดขึ้นจากการที่ผู้ชมมองว่าภาพยนตร์ "แย่จนดี" มากกว่าจะเป็นเพราะคุณภาพของผลงาน ขณะที่ผู้ชมอีกส่วนกลับมองว่ากระแส "Niu Lai" เป็นปฏิกิริยาสนุก ๆ ต่อภาพยนตร์ทุนสูงและคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI ซึ่งกำลังครองพื้นที่บนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน.


ที่มา BBC / Guardian