นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยืนยันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับรัสเซีย ในสารที่ส่งถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เนื่องในเนื่องในวันประกาศอิสรภาพเกาหลี ครบรอบ 81 ปี ซึ่งเป็นวันแห่งการปลดแอกเกาหลีจากการตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ซึ่งตรงกับวันที่ 15 สิงหาคม
สารของนายคิมมีขึ้นเพื่อตอบกลับสารแสดงความยินดีจากนายปูติน ซึ่งระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือมีรากฐานมาจากการต่อสู้ร่วมกันของทหารโซเวียตกับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และยืนยันว่าทั้งสองประเทศจะเดินหน้าความร่วมมือในทุกภาคส่วน
นายคิมกล่าวว่า เขาภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกับนายปูตินนำความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า รัสเซียจะสามารถปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศได้ภายใต้การนำของนายปูติน
ด้านนายปูตินระบุในสารว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้พัฒนาไปสู่ “ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน พร้อมย้ำว่ารัสเซียและเกาหลีเหนือกำลังร่วมมือกันในทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค
ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียใกล้ชิดขึ้นอย่างมาก หลังจากทั้งสองประเทศลงนามในสนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้านเมื่อปี 2567 และเกาหลีเหนือส่งทหารและอาวุธไปสนับสนุนรัสเซียในสงครามกับยูเครน ซึ่งถือเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามครั้งใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือนับตั้งแต่สงครามเกาหลีในช่วงทศวรรษ 1950 โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า เกาหลีเหนือได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทางทหารตอบแทน
ในช่วงเดียวกัน เรือรัสเซียชื่อ "ปัลลาดา" เดินทางถึงเมืองวอนซานของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ (15 ส.ค.) เพื่อเยือนในลักษณะไมตรีจิตเนื่องในวันครบรอบการปลดปล่อย โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเกาหลีเหนือและเจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซียให้การต้อนรับ
ขณะที่นายลี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรียกร้องให้เกาหลีเหนือกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยกล่าวในพิธีวันปลดปล่อยของเกาหลีใต้ว่า ทั้งสองฝ่ายควรมีกลไกป้องกันความขัดแย้ง และควรเดินหน้าจากข้อตกลงหยุดยิงไปสู่ระบอบสันติภาพอย่างเป็นทางการ
นายลีเสนอให้มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามเกาหลีปี 1950–1953 อย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง แต่ไม่เคยมีการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ พร้อมระบุว่าการเจรจาอาจครอบคลุมถึงแนวทางควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม เปียงยางยังคงปฏิเสธข้อเสนอของนายลี และวิพากษ์วิจารณ์การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเป็นการยั่วยุ
ก่อนหน้านี้ นายคิมยังเดินทางไปยังอนุสรณ์สถานที่รำลึกถึงทหารโซเวียตที่ต่อสู้กับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งถือเป็นการเยือนสถานที่ดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3 ในช่วงวันปลดปล่อยของเกาหลี
ขณะเดียวกัน ยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าได้ใช้ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในการโจมตี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คนและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน นอกจากนี้ ยูเครนยังกล่าวอ้างว่า เกาหลีเหนืออาจส่งทหารมากถึง 50,000 นายไปยังรัสเซีย แต่ยังไม่มีหลักฐานหรือกรอบเวลาที่ชัดเจนรองรับคำกล่าวอ้างดังกล่าว
ส่วนในญี่ปุ่น นายปูตินเพิ่งสร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลญี่ปุ่น หลังเดินทางเยือนหมู่เกาะคูริล นอกชายฝั่งจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งญี่ปุ่นอ้างกรรมสิทธิ์ ขณะที่รัสเซียเข้าควบคุมเกาะดังกล่าวในช่วงไม่กี่วันหลังญี่ปุ่นยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี 1945.