เจสัน อาร์เดย์ อดีตศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ถูกพบเป็นศพที่บ้านพักของตัวเอง หลังจากเขาเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังถูกกล่าวหาว่าลอกผลงานวิชาการ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาสตราจารย์ เจสัน อาร์เดย์ (Jason Arday) วัย 41 ปี อดีตศาสตราจารย์ผิวดำที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ถูกพบว่าเสียชีวิตที่บ้านพักของเขาในย่านแบทเทอร์ซี (Battersea) กรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 หลังยื่นใบลาออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อสัปดาห์ก่อน
อาร์เดย์ตกเป็นเป้าของการตรวจสอบอย่างหนักจากทั้งสื่อมวลชนและสาธารณชน หลังถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการคัดลอกผลงานทางวิชาการ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวและผลงานที่ผ่านมา แม้เขาจะปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการตั้งใจคัดลอกผลงาน แต่เขาก็ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในงานวิชาการยุคแรก จนกระทั่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เริ่มดำเนินการสอบข้อเท็จจริงภายใน ทำให้เขาตัดสินใจยื่นใบลาออกเมื่อต้นเดือนสิงหาคม
ตำรวจเทศบาลกรุงลอนดอนได้รับแจ้งเหตุและพบร่างของอาร์เดย์ในสภาพไม่ตอบสนองเมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ เบื้องต้นตำรวจระบุว่าเป็นการเสียชีวิตที่ไม่คาดคิด แต่ไม่มีร่องรอยต้องสงสัยว่าเป็นการโจรกรรมหรือการฆาตกรรมโดยผู้อื่น
ครอบครัวของอาร์เดย์ระบุในแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า อาร์เดย์เป็นคนอ่อนโยน แต่ต้องอดทนต่อ “การคุกคามและสร้างข้อมูลเท็จอย่างต่อเนื่อง” มานานกว่า 3 ปี นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งที่เคมบริดจ์ จนสร้างผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง
ขณะที่ ศ. ไซมอน บารอน-โคเอน เพื่อนร่วมงานใกล้ชิด เผยว่าอาร์เดย์รับมือกับความเครียดไม่ไหว โดยในข้อความเสียงสุดท้ายที่อาร์เดย์ส่งมาให้ก่อนเสียชีวิต เขากล่าวว่า “เขาไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้ว”
การเสียชีวิตของอาร์เดย์จุดชนวนการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสหราชอาณาจักร ผู้นำทางการเมืองและนักวิชาการ เช่น นายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์นแฮม, นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซาดิก ข่าน และองค์กรครู ต่างออกมาระบุว่า การกระหน่ำข่าวและโจมตีตัวบุคคลโดยสื่อมวลชนและฝ่ายขวาจัดนั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุ
นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเรื่องการเหยียดเชื้อชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากอาร์เดย์ถูกปฏิบัติอย่างรุนแรงและเป็นข่าวหน้าหนึ่งต่างจากกรณีของศาสตราจารย์คนอื่น ๆ ที่เผชิญกับเรื่องอื้อฉาว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn