ประธานาธิบดีอี แจ มยอง ของเกาหลีใต้ เสนอเปิดการเจรจากับเกาหลีเหนือ เพื่อยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ หลัง 2 ประเทศยังอยู่ในภาวะสงครามมานานกว่า 70 ปี ขณะที่เปียงยางยังไม่ตอบรับข้อเสนอ
ประธานาธิบดีอี แจ มยอง ของเกาหลีใต้ เสนอให้เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือกลับมาเปิดการเจรจา เพื่อยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายควรวางความตั้งใจที่จะคุกคามกัน และหันมาเจรจาในฐานะคู่ขัดแย้งโดยตรง
อี แจ มยอง กล่าวระหว่างพิธีรำลึกครบรอบการปลดปล่อยเกาหลีจากการปกครองของญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมว่า ถึงเวลาที่ทั้งสองเกาหลีจะยุติสงครามที่ดำเนินมายาวนาน และเริ่มต้นพูดคุยกันอย่างจริงจัง
ผู้นำเกาหลีใต้ยังระบุว่า การเจรจาอาจเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายหารือถึงมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการ หยุดการขยายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นความมั่นคงสำคัญของคาบสมุทรเกาหลี
สงครามเกาหลีเกิดขึ้นระหว่างปี 2493-2496 หลังเกาหลีเหนือเปิดฉากโจมตีเกาหลีใต้ แต่สงครามสิ้นสุดลงด้วยการลงนามในข้อตกลงสงบศึก ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ ส่งผลให้ในทางเทคนิคแล้ว เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงครามจนถึงปัจจุบัน
ข้อเสนอของผู้นำเกาหลีใต้มีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลียังคงตึงเครียด โดยเกาหลีเหนือเพิ่งออกมาประณามการซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ซึ่งมีกำหนดเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ พร้อมเตือนว่าอาจใช้มาตรการเสริมสร้างศักยภาพในการป้องปรามมากขึ้น
นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังแสดงความไม่พอใจต่อการเพิ่มศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นในภูมิภาคแปซิฟิก โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยิงขีปนาวุธ 2 ครั้ง หลังญี่ปุ่นประกาศเพิ่มขีดความสามารถด้านกลาโหมท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคง
เกาหลีเหนือประกาศย้ำหลายครั้งว่า ประเทศของตนเป็นรัฐนิวเคลียร์ที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ หลังการประชุมสุดยอดระหว่างคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กรุงฮานอยของเวียดนาม เมื่อปี 2562 ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์และการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2568 ประธานาธิบดีอี ซึ่งมีแนวนโยบายผ่อนปรนต่อเกาหลีเหนือ ได้เปลี่ยนท่าทีจากรัฐบาลชุดก่อน โดยเสนอเจรจากับเกาหลีเหนือโดยไม่มีเงื่อนไขล่วงหน้า
เมื่อเดือนกรกฎาคม รัฐมนตรีรวมชาติของเกาหลีใต้ยังระบุว่า รัฐบาลได้ยุติแนวทางที่มุ่งกดดันให้เกาหลีเหนือรื้อถอนอาวุธนิวเคลียร์ และหันมาให้ความสำคัญกับการ หยุดการขยายโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ แทน
อย่างไรก็ตาม ผู้นำเกาหลีเหนือยังไม่มีท่าทีตอบรับข้อเสนอเจรจาหลายครั้งจากรัฐบาลกรุงโซล และกลับเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับรัสเซียมากขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่า เกาหลีเหนือได้รับทั้งเงินทุน อาหาร พลังงาน และเทคโนโลยีทางทหารจากรัสเซีย เพื่อแลกกับการส่งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์สนับสนุนสงครามของรัสเซียในยูเครน ขณะที่มีการคาดการณ์ว่า คิม จอง อึน อาจเดินทางเยือนรัสเซียในช่วงปลายปีนี้ เพื่อหารือเรื่องการส่งมอบอาวุธเพิ่มเติม.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ