สำนักงานอัยการสูงสุดอินโดนีเซียสั่งควบคุมตัว 2 เจ้าหน้าที่สรรพากร หลังพบพฤติกรรมรับเงินสินบนจากบริษัทเยื่อกระดาษรายใหญ่ Toba Pulp Lestari เพื่อเอื้อประโยชน์ในการรายงานมูลค่าส่งออกต่ำกว่าความเป็นจริงยาวนานกว่าสิบปี สร้างความเสียหายแก่รายได้รัฐมหาศาลกว่า 2 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 3,700 ล้านบาท
สำนักงานอัยการสูงสุดอินโดนีเซีย หรือ AGO ตั้งข้อหาเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร 2 ราย ในคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการลดมูลค่าการส่งออกเยื่อกระดาษของบริษัท Toba Pulp Lestari หรือ PT TPL ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 3,700 ล้านบาท
ซาอิฟุล บาห์รี ซีเรการ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสอบสวนของหน่วยอาชญากรรมพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า บริษัท TPL ซึ่งดำเนินธุรกิจแปรรูปเยื่อกระดาษและอุตสาหกรรมป่าไม้ ถูกกล่าวหาว่าส่งออกผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษให้แก่บริษัทในเครือด้วยวิธีแจ้งราคาสินค้าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เพื่อให้มูลค่าที่ใช้คำนวณภาษีต่ำลง
รายงานจากอัยการระบุว่า บริษัท PT TPL ได้เริ่มกระบวนการสำแดงราคาสินค้าส่งออกต่ำกว่าความเป็นจริงมาตั้งแต่ปี 2008 ถึง 2025 โดยการใช้วิธีเปลี่ยนรหัสพิกัดศุลกากร (HS Code) แจ้งสินค้าส่งออกไปยังบริษัทในเครือว่าเป็นเยื่อกระดาษธรรมดา (Paper Grade Pulp) ที่มีราคาต่ำกว่า ทั้งที่ในความเป็นจริง สินค้าที่ส่งออกคือเยื่อกระดาษเคมีชนิดพิเศษ (Dissolving Pulp) ซึ่งมีมูลค่าในตลาดสูงกว่ามาก ในขณะที่การขายภายในประเทศกลับลงรายการตรงตามความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวส่งผลให้รายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่รัฐควรได้รับลดลงอย่างมหาศาล
เจ้าหน้าที่อัยการระบุว่า การสอบสวนพบพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2018-2025 ขณะที่การขายสินค้าในประเทศกลับลงรายการตรงตามความเป็นจริง โดยบริษัทแจ้งประเภทสินค้าเป็น Dissolving Pulp ภายใต้ชื่อ High Alfa Pulp ตามสภาพที่แท้จริง จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความแตกต่างของการรายงานข้อมูลระหว่างการส่งออกกับการจำหน่ายภายในประเทศ
ผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายถูกระบุเพียงชื่อย่อว่า BP และ SR โดย BP ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ตรวจสอบภาษีที่รับผิดชอบบริษัทในปีภาษี 2020 และ 2023 ส่วน SR รับผิดชอบการตรวจสอบในปีภาษี 2024
อัยการกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลตามที่ได้รับมอบหมาย และไม่ได้ตรวจสอบเอกสารการตรวจสอบภาษีและรายงานผลการตรวจสอบให้สอดคล้องกับแผนการตรวจสอบที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาว่ารับเงินจำนวนหนึ่งจากบริษัทเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม สำนักงานอัยการสูงสุดอินโดนีเซียยังไม่ได้ตั้งบริษัท Toba Pulp Lestari เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ และบริษัทเองยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว
เจ้าหน้าที่อัยการระบุว่า ความเสียหายต่อรัฐในเบื้องต้นประเมินไว้ที่ประมาณ 2 ล้านล้านรูเปียห์ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่จำนวนสุดท้าย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบและคำนวณความเสียหายทางการเงินของรัฐอย่างละเอียด
อัยการได้ควบคุมตัว BP และ SR เป็นเวลา 20 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ที่เรือนจำซาเล็มบา สาขาสำนักงานอัยการสูงสุดอินโดนีเซีย เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
ผู้ต้องหาทั้งสองถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาของอินโดนีเซียและกฎหมายต่อต้านการทุจริต ซึ่งความผิดตามข้อหาหลักมีโทษสูงสุดถึง จำคุกตลอดชีวิต โดยอัยการยังตั้งข้อหาสำรองตามบทบัญญัติอื่นของประมวลกฎหมายอาญาอินโดนีเซียด้วย
คดีดังกล่าวถือเป็นอีกกรณีที่ทางการอินโดนีเซียกำลังตรวจสอบการใช้วิธีแจ้งมูลค่าสินค้าส่งออกต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อการจัดเก็บภาษีและรายได้ของรัฐ โดยผลการตรวจสอบขั้นสุดท้ายจะเป็นตัวกำหนดมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงและขอบเขตความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องต่อไป.
ที่มา Reuters / Kompas.com / CNN Indonesia