ทางการโอมานยืนยันว่า คราบน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันดิบ "แคโรไลน์ เบเซนกี" ซึ่งเกยตื้นนอกชายฝั่งโอมานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ได้ลอยเข้าถึงชายฝั่งแล้ว โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมของโอมานระบุว่า ผลการตรวจสอบล่าสุดพบชายหาดบางแห่งในพื้นที่ราส มัดรากาห์ ได้รับผลกระทบจากมลพิษน้ำมัน และคาดว่าชายฝั่งความยาวประมาณ 40 กิโลเมตรอาจได้รับผลกระทบ และคาดว่าคราบน้ำมันอาจขยายพื้นที่ไปมากกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร

องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ IMO ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการเดินเรือของสหประชาชาติ ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเรือลำดังกล่าวอยู่ห่างจากเมืองชายฝั่งชาร์บิทัตของโอมานประมาณ 22 ไมล์ทะเล และคราบน้ำมันกำลังลอยไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอัล-กิบลียะห์ โดยมีรายงานว่าบางส่วนไหลเข้าสู่แผ่นดินแล้ว

เจ้าหน้าที่ IMO ระบุว่า ลมมรสุมตามฤดูกาลทำให้การเข้าถึงเรือทำได้ยาก และส่งผลให้ปฏิบัติการกู้เรือล่าช้า ขณะที่ทางการโอมานระบุเมื่อวันจันทร์ว่า คราบน้ำมันส่งผลกระทบต่อพื้นที่ประมาณ 390 ตารางกิโลเมตรจากการประเมินของหน่วยงานสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษน้ำมันซึ่งวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมประเมินว่า พื้นที่คราบน้ำมันอาจขยายไปมากกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตรแล้ว

เรือ "แคโรไลน์ เบเซนกี" (Caroline Bezengi) บรรทุกน้ำมันดิบรัสเซียราว 800,000 บาร์เรล และอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ เรือได้รับความเสียหายและประสบปัญหานอกชายฝั่งเยเมนตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน หลังมีรายงานว่าเกิดแรงระเบิด ก่อนจะเกยตื้นนอกชายฝั่งโอมานในวันที่ 30 มิถุนายน ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้โจมตีเรือ

บริเวณที่ได้รับผลกระทบอยู่ใกล้หมู่เกาะฮัลลานิยัต ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด รวมถึงเต่าทะเลหายาก วาฬหลังค่อมในทะเลอาหรับ และนกกาน้ำโซโคตรา ขณะที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะมาซีราห์เป็นระยะทาง 10-20 กิโลเมตร อาจได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

กลุ่มกรีนพีซและองค์กร PAX เตือนว่า สถานการณ์กำลังเข้าใกล้ภาวะภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม โดยเรือลำนี้อาจบรรทุกน้ำมันดิบมากถึงประมาณ 1 ล้านบาร์เรล และเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือเงาของรัสเซีย ซึ่งใช้หลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของชาติตะวันตก

ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันรั่วเตือนว่า หากไม่มีการดำเนินการอย่างเพียงพอ เรืออาจแตกเสียหายต่อเนื่องจากแรงลมและคลื่น จนทำให้น้ำมันดิบที่เหลืออยู่บนเรือรั่วออกมาทั้งหมด ซึ่งอาจมีปริมาณสูงถึง 40-50 ล้านแกลลอน หรือราว 150-190 ล้านลิตร และอาจมีขนาดใกล้เคียงกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วครั้งใหญ่จากเรือ Exxon Valdez ในปี 2532

ทางการโอมานได้ติดตั้งทุ่นกั้นน้ำมันเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม ทั้งการทำให้เรือมีเสถียรภาพ และถ่ายน้ำมันดิบที่ยังเหลืออยู่ไปยังเรือลำอื่นโดยเร็วที่สุด เนื่องจากยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไป เรือจะยิ่งเสียหายและการกู้เรือจะซับซ้อน อันตราย และควบคุมสถานการณ์ได้ยากขึ้น

ขณะเดียวกัน สื่ออิหร่านรายงานว่า คราบน้ำมันอีกจุดหนึ่งใน ช่องแคบฮอร์มุซ ได้ไหลเข้าสู่เกาะกิช์มของอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อชายหาดและป่าชายเลนที่มีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศ รวมถึงบางพื้นที่บนเกาะเฮงกัมที่อยู่ใกล้เคียง

เว็บไซต์ติดตามการเดินเรือ TankerTrackers ระบุว่า คราบน้ำมันดังกล่าวน่าจะมาจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้า Minoan Pioneer ในน่านน้ำโอมานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ก่อนที่น้ำมันจะลอยข้ามช่องแคบไปยังฝั่งอิหร่าน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า พบมลพิษในทะเลและตามจุดต่าง ๆ อย่างน้อย 3 แห่ง โดยเบื้องต้นเชื่อว่าแหล่งกำเนิดมาจาก "เรือบรรทุกสินค้าต่างชาติ" พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีหน้าที่ทั้งทางกฎหมายและจริยธรรมในการชดเชยและแก้ไขความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน.


ที่มา Reuters / AFP