คณะกรรมาธิการแรงงานสัมพันธ์ออสเตรเลีย (FWC) อนุมัติมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำสำหรับไรเดอร์ส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ให้ได้ค่าตอบแทนเฉลี่ย 31.30–32 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 732 - 748 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของประเทศ พร้อมบังคับแพลตฟอร์มต้องทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้แรงงาน มีผลบังคับใช้ 17 สิงหาคมนี้
คณะกรรมาธิการแรงงานสัมพันธ์ออสเตรเลีย (FWC) มีคำสั่งรับรองมาตรฐานขั้นต่ำฉบับใหม่สำหรับแรงงานที่ให้บริการส่งอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยกำหนดให้แรงงานได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำตามช่วงเวลาที่ปฏิบัติงาน และได้รับความคุ้มครองด้านประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน
คำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมนี้ และคาดว่าจะส่งผลต่อแรงงานประมาณ 250,000 คนทั่วออสเตรเลีย โดยถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการยกระดับสิทธิของแรงงานในระบบแรงงานรับจ้างอิสระและไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป
ภายใต้มาตรฐานใหม่ แรงงานส่งอาหารและสินค้าโดยใช้จักรยานหรือจักรยานไฟฟ้าจะได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำ 31.30 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 732 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จะได้รับอย่างน้อย 31.80 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 743 บาทต่อชั่วโมง และผู้ขับรถยนต์จะได้รับอย่างน้อย 32 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 748 บาทต่อชั่วโมง โดยค่าตอบแทนดังกล่าวสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำระดับประเทศของออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ที่ 26.44 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 618 บาทต่อชั่วโมง
มาตรฐานใหม่นี้กำหนดให้แรงงานได้รับ "ค่าตอบแทนขั้นต่ำสำหรับเวลาที่ทำงาน" โดยนับตั้งแต่แรงงานกดยอมรับงานจนกระทั่งส่งสินค้าเสร็จสิ้น ไม่ใช่เพียงเวลาที่เดินทางไปส่งสินค้าเท่านั้น
แพลตฟอร์มดิจิทัลจะต้องคำนวณรายได้ของแรงงานในแต่ละรอบ ซึ่งอาจครอบคลุมระยะเวลาไม่เกิน 21 วัน หากพบว่าแรงงานได้รับเงินต่ำกว่าระดับค่าตอบแทนขั้นต่ำที่กำหนด แพลตฟอร์มจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างเพิ่มเติมให้ครบตามเกณฑ์
มาตรการดังกล่าวยังเพิ่มสิทธิให้แรงงานสามารถหยุดพักจากการรับงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างได้ตามความต้องการของตนเอง โดยไม่ต้องสูญเสียสถานะการทำงานกับแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มจะต้องจัดตั้งช่องทางรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียน เพื่อให้แรงงานสามารถแจ้งปัญหาหรือสอบถามเกี่ยวกับการทำงานได้ หากไม่สามารถแก้ไขข้อพิพาทระหว่างแรงงานกับแพลตฟอร์มได้ แรงงานสามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการแรงงานได้
ด้านการประกันภัย มาตรฐานใหม่กำหนดให้แรงงานยังคงมีหน้าที่จัดทำและรักษาประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการส่งสินค้า รวมถึงต้องแจ้งบริษัทประกันว่ายานพาหนะดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อการจัดส่งสินค้า
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มส่งอาหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดทำและรักษาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับแรงงานที่อยู่ในกลุ่ม "เสมือนลูกจ้าง" เพื่อคุ้มครองกรณีได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติงาน แม้คำสั่งไม่ได้กำหนดวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจน แต่กำหนดให้ต้องมีระดับความคุ้มครองที่เหมาะสม
สหภาพแรงงานขนส่งออสเตรเลีย (TWU) ซึ่งเป็นตัวแทนแรงงานรับจ้างอิสระ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังจากมีการผลักดันเรื่องสิทธิแรงงานส่งอาหารมานานหลายปี โดย TWU ยื่นคำร้องต่อ FWC เพื่อขอกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำตั้งแต่ปี 2024 ร่วมกับแพลตฟอร์มส่งอาหารอย่าง Uber Eats และ DoorDash
ไมเคิล เคน เลขาธิการแห่งชาติของ TWU เรียกมาตรฐานใหม่ว่าเป็น "มาตรฐานระดับแนวหน้าของโลก" พร้อมระบุว่าแรงงานรับจ้างอิสระของออสเตรเลียถูกปล่อยให้อยู่นอกระบบคุ้มครองแรงงานมาเป็นเวลานาน และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต
อแมนดา ริชเวิร์ธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและความสัมพันธ์ในสถานประกอบการของออสเตรเลีย กล่าวว่า มาตรฐานใหม่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความคุ้มครองที่แข็งแกร่งขึ้นให้แก่แรงงาน พร้อมย้ำว่าแรงงานส่งอาหารไม่ควรต้องเลือกระหว่าง "ความยืดหยุ่นในการทำงาน" กับ "สิทธิและความเป็นธรรม"
ด้าน Uber Eats และ DoorDash ต่างแสดงการสนับสนุนมาตรฐานใหม่ โดยระบุว่า การคุ้มครองแรงงานที่เข้มแข็งขึ้นสามารถดำเนินควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นที่แรงงานในระบบแพลตฟอร์มให้ความสำคัญได้
เอ็ด คิตเชน กรรมการผู้จัดการ Uber Eats ประจำออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากรอบมาตรฐานดังกล่าว และมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับแรงงานส่งอาหาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจออสเตรเลียและชีวิตประจำวันของประชาชนหลายล้านคน
แม้ที่ผ่านมาแรงงานส่งอาหารจำนวนมากถูกจัดสถานะเป็นผู้รับจ้างอิสระ ทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานหลายประการ แต่รัฐบาลออสเตรเลียภายใต้พรรคแรงงานได้ผ่านกฎหมายในปี 2023 และ 2024 เพื่อเพิ่มสิทธิให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถเจรจาเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขการทำงานได้มากขึ้น พร้อมให้อำนาจคณะกรรมาธิการแรงงานในการกำหนดมาตรฐานด้านค่าจ้างและการประกันภัย
ก่อนหน้านี้ บริษัทแพลตฟอร์มบางแห่งเคยเตือนว่า การปฏิรูปกฎหมายแรงงานรับจ้างอิสระอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการจ้างงานและทำให้ต้นทุนการจัดส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ต่อมาบริษัทเหล่านี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจาและพัฒนามาตรฐานใหม่ร่วมกับสหภาพแรงงาน
มาตรการดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มที่หลายประเทศเริ่มปรับกฎหมายแรงงานให้สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ซึ่งแรงงานมีความยืดหยุ่นในการเลือกเวลาและรูปแบบการทำงาน แต่ในขณะเดียวกันต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านรายได้ ความปลอดภัย และสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างจากลูกจ้างในระบบดั้งเดิม
คำสั่งของออสเตรเลียยังมีขึ้นหลังองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO มีมติเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รับรองมาตรฐานแรงงานที่มีผลผูกพันฉบับแรกสำหรับแรงงานแพลตฟอร์ม โดยครอบคลุมประเด็นค่าจ้าง ความปลอดภัย และสิทธิประโยชน์ทางสังคม แม้มาตรฐานดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการให้สัตยาบันจากรัฐบาลประเทศสมาชิกก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ในระดับประเทศ.
ที่มา SBS Australia / Reuters