กรุงมะนิลาเร่งระดมเจ้าหน้าที่เก็บกวาดขยะจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าท่วมลำน้ำและชายฝั่งเมืองปารานาก จนกลายสภาพเป็นทะเลขยะ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 9 วัน ประชาชนและทางการชี้ปัญหาขยะในแหล่งน้ำเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วม ขณะที่ฝนตกหนักทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 16 คน

กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เร่งปฏิบัติการเก็บกวาดขยะจำนวนมาก หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้ขยะจากอ่าวมะนิลาไหลเข้าสู่ลำน้ำและชายฝั่งในเมืองปารานาก จนพื้นที่ใกล้โบสถ์บาคลารันเต็มไปด้วยขยะ ทั้งถุงพลาสติก ยางรถยนต์ เสื้อผ้า และโฟม โดยปริมาณขยะหนาแน่นจนปกคลุมพื้นผิวน้ำเป็นบริเวณกว้าง

ชาวเขตบาคลารันต้องตกตะลึงกับภาพและกลิ่นของขยะจำนวนมหาศาลที่ถูกกระแสน้ำพัดมาจากอ่าวมะนิลาและกองสะสมตามแนวชายฝั่งของเมืองปารานาก ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่และกลายเป็นกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการจัดการขยะและผลกระทบต่อระบบระบายน้ำของเมือง

เบอร์นี อามูเราโอ หัวหน้าสำนักงานสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของเมืองปารานาก ระบุว่า ทางการรู้สึกตกใจกับปริมาณขยะที่ไหลเข้ามา เนื่องจากช่วงฤดูฝนและภาวะน้ำขึ้นสูงทำให้ขยะในทะเลถูกกระแสน้ำพัดเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานดังกล่าวลงพื้นที่เก็บขยะด้วยมือบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้า LRT-1 ในย่านบาคลารัน ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันจันทร์ ขณะที่หน่วยงานพัฒนานครมะนิลา หรือ MMDA กำลังดำเนินการขุดลอกลำน้ำในพื้นที่ เพื่อเร่งเปิดทางระบายน้ำ

อามูเราโอประเมินว่า อาจต้องใช้รถบรรทุกประมาณ 10 คันในการขนย้ายขยะทั้งหมดออกจากพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนหยุดทิ้งขยะลงในแม่น้ำ คลอง และทางน้ำ โดยย้ำว่าการมีวินัยในการจัดการขยะเป็นสิ่งสำคัญในการลดปัญหาน้ำท่วม

ทางการระบุว่า ขยะที่สะสมอยู่ในลำน้ำและท่อระบายน้ำเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการอุดตันและน้ำท่วม ขณะที่ แคลร์ คาสโตร รองปลัดสำนักประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วม แต่ประชาชนเองก็มีหน้าที่ร่วมกันในการป้องกันปัญหา

ก่อนหน้านี้ เมืองปารานากระบุว่า ขยะจำนวนมากถูกกระแสน้ำจากอ่าวมะนิลาพัดเข้าสู่คลองบาคลารัน หลังมีการนำเครื่องดักขยะออก เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ลำน้ำแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ที่มีขยะปนเปื้อนอย่างหนัก

รัฐบาลท้องถิ่นร่วมมือกับหลายหน่วยงาน รวมถึง MMDA ในการเก็บและขนย้ายขยะ ขณะที่ วินซ์ ดิซอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและทางหลวง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบลำน้ำด้วยตนเอง

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังฟิลิปปินส์เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 9 วัน โดยบางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมมากกว่าปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดหนึ่งเดือน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม และอุบัติเหตุหลายพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คนในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ และสถานการณ์ฝนตกหนักยังได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนที่เคลื่อนตัวในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน โครงการ “เครื่องดักขยะ” ซึ่งเป็นมาตรการของกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของฟิลิปปินส์ สามารถช่วยสกัดขยะมูลฝอยไม่ให้ไหลลงสู่อ่าวมะนิลาได้อย่างน้อย 30 ตัน เครื่องดักขยะดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวางหรือตาข่ายที่ติดตั้งบริเวณแม่น้ำและทางระบายน้ำ เพื่อดักจับขยะลอยน้ำ เช่น พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ขณะที่ยังเปิดทางให้น้ำไหลผ่านได้

ภาพขยะจำนวนมหาศาลในพื้นที่ยังจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้งานบางส่วนเรียกร้องให้เพิ่มบทลงโทษสำหรับการทิ้งขยะ ปรับปรุงระบบจัดการขยะ และจัดระเบียบชุมชนที่อาศัยอยู่ตามแนวคลองและทางน้ำ ขณะที่อีกส่วนมองว่าความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว แต่หน่วยงานท้องถิ่นควรมีระบบจัดเก็บขยะ การรีไซเคิล และการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาการจัดการขยะของกรุงมะนิลาและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนสูง เมื่อขยะจำนวนมากไหลลงสู่ระบบระบายน้ำและลำน้ำ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันและทำให้การระบายน้ำทำได้ยากขึ้น.


ที่มา INQUIRER.net / Interaksyon