แอนดี กรีน นักแข่งรถชาวอังกฤษ สร้างสถิติโลกใหม่ด้วยการขับรถแข่งพลังไฮโดรเจน ด้วยความเร็วกว่า 653 กม./ชม. บนทะเลเกลือบอนเนวิลล์ รัฐยูทาห์ สหรัฐฯ ตอกย้ำศักยภาพเทคโนโลยีไฮโดรเจนสำหรับยานยนต์
แอนดี กรีน นักขับชาวอังกฤษ วัย 64 ปี เจ้าของสถิติความเร็วทางบกและผู้ที่เคยเป็นคนแรกที่ขับรถทำลายกำแพงเสียง สร้างสถิติโลกใหม่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยรถแข่งเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน โดยสามารถทำความเร็วได้ถึง 406.320 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 653.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนพื้นผิวทะเลเกลือบอนเนวิลล์ ในรัฐยูทาห์ของสหรัฐฯ
สถิติดังกล่าวเป็นสถิติสูงสุดสำหรับรถแข่งประเภทนี้ ตามข้อมูลของสหพันธ์รถยนต์นานาชาติ หรือ FIA โดยรถคันดังกล่าวติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้ไฮโดรเจน 2 เครื่อง ให้กำลังรวมกันถึง 1,600 แรงม้า และได้รับการออกแบบโดยบริษัท JCB ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างจากอังกฤษ
รถแข่งความยาวประมาณ 9.75 เมตร หรือ 32 ฟุต พุ่งทะยานไปตามทางตรงบนทะเลเกลือบอนเนวิลล์ ซึ่งมีระยะทางสำหรับเร่งความเร็วถึง 10 ไมล์ หรือประมาณ 16 กิโลเมตร ท่ามกลางทีมวิศวกรและผู้สังเกตการณ์ที่เฝ้าชมการทำสถิติจากระยะไกล
กรีนเปิดเผยว่า พื้นผิวเกลือของบอนเนวิลล์เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญ เพราะมีความลื่นอย่างมากจนรถเกิดอาการล้อหมุนฟรีแม้ขณะใช้เกียร์สูง ส่งผลให้ทีมวิศวกรต้องลดกำลังเครื่องยนต์ลงเพื่อควบคุมรถ
กรีนระบุว่ามันเป็นพื้นผิวที่ท้าทายอย่างมาก พร้อมชื่นชมศักยภาพของเครื่องยนต์ที่ยังสามารถส่งกำลังจนทำให้ล้อหมุนฟรีได้แม้ในความเร็วสูง
การทำความเร็วครั้งนี้ยังถือเป็นการทำลายสถิติรถยนต์พลังงานไฮโดรเจนแบบเครื่องยนต์สันดาปภายในเดิมที่อยู่ที่ 185.5 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 298.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้อย่างขาดลอย
อย่างไรก็ตาม ความเร็ว 653.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังห่างไกลจากสถิติความเร็วทางบกสูงสุดที่กรีนเคยทำไว้ในปี 1997 โดยครั้งนั้นเขาขับรถ Thrust SSC ที่ใช้เครื่องยนต์เจ็ต ทำความเร็วได้ถึง 763.035 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 1,227.985 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกลายเป็นรถยนต์คันแรกที่ทำลายกำแพงเสียงได้สำเร็จ
กรีนยังเคยสร้างสถิติความเร็วสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลที่ทะเลเกลือบอนเนวิลล์ในปี 2006 ด้วยความเร็ว 350.092 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 563.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยการกลับมาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำลายสถิติเดิมด้วยพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเขามองว่าเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคต
กรีนระบุว่า การทำงานร่วมกับทีมวิศวกรของ JCB ทำให้เกิดรถแข่งพลังไฮโดรเจนรูปแบบใหม่ที่ปล่อยคาร์บอนจากการเผาไหม้โดยตรงในระดับต่ำมาก เพราะเมื่อไฮโดรเจนถูกเผาไหม้ ผลผลิตหลักที่ออกจากท่อไอเสียคือน้ำ เขาระบุอีกว่านี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ได้แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีนี้ และแสดงให้เห็นว่าวิศวกรรมสามารถทำอะไรได้บ้าง
JCB ระบุว่า เทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮโดรเจนอาจมีบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งต้องการพลังงานสูง และบริษัทกำลังพัฒนาเครื่องจักรก่อสร้างที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ไฮโดรเจนไม่ได้สะอาดโดยอัตโนมัติ เพราะความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขึ้นอยู่กับวิธีการผลิตไฮโดรเจนด้วย ปัจจุบันไฮโดรเจนส่วนใหญ่ของโลกยังผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ขณะที่ไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งผลิตโดยใช้พลังงานหมุนเวียนยังมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย
สำหรับทะเลเกลือบอนเนวิลล์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองซอลต์เลกซิตีไปทางตะวันตกราว 160 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ก้นทะเลสาบโบราณที่มีพื้นผิวเกลือกว้างสุดลูกหูลูกตา และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามธรรมชาติที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำสถิติความเร็วทางบก เนื่องจากพื้นผิวที่ราบเรียบและสภาพอากาศแห้งของทะเลทราย
การทำสถิติครั้งล่าสุดจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านความเร็ว แต่ยังเป็นการโชว์ศักยภาพของ รถยนต์พลังไฮโดรเจนและเทคโนโลยีเครื่องยนต์พลังงานสะอาด ที่กำลังถูกจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคอุตสาหกรรมหนักทั่วโลก.
ที่มา : AP
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ