ยูเครนส่งโดรนโจมตีครั้งใหญ่ใส่เมืองนิซห์เนคัมสค์ เมืองศูนย์กลางการกลั่นน้ำมันที่สำคัญของรัสเซีย ในสาธารณรัฐตาทาร์สถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 39 ราย ถือเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่สงครามยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5 ขณะที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีระบุ เป็นการตอบโต้เพื่อให้รัสเซียสัมผัสถึงผลกระทบของสงครามในบ้านตนเอง

เกิดเหตุโดรนของยูเครนโจมตีเมืองนิซห์เนคัมสค์ ในแคว้นตาตาร์สถาน ทางตะวันตกของรัสเซีย เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (10 ส.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และบาดเจ็บ 39 คน ตามรายงานของฝ่ายบริหารแคว้นตาตาร์สถาน

สำนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ รุสตัม มินนิคานอฟ ผู้นำแคว้นตาตาร์สถาน ระบุว่า เมืองนิซห์เนคัมสค์เผชิญการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายทั้งสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมและพื้นที่พลเรือน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายเพิ่มเติม

ภาพที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นจากบริเวณสถานประกอบการด้านพลังงานใกล้เมืองนิซห์เนคัมสค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมีที่สำคัญของรัสเซีย

เมืองนิซห์เนคัมสค์อยู่ห่างจากชายแดนยูเครนมากกว่า 1,000 กิโลเมตร และมีประชากรราว 240,000 คน โดยเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง และโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีด้วยโดรนระยะไกลของยูเครนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ยูเครนเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยใช้โดรนที่พัฒนาภายในประเทศและสามารถบินเข้าไปในดินแดนรัสเซียได้ลึกขึ้นเรื่อย ๆ บางลำสามารถเดินทางไปถึงพื้นที่ไซบีเรีย ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนประมาณ 2,000 กิโลเมตร

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า การโจมตีระยะไกลเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกดดันประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปี พร้อมกล่าวว่า การที่สงครามยังคงดำเนินต่อไปเป็นผลจากการที่รัสเซียไม่ยอมยุติสงคราม

ขณะที่รัสเซียระบุว่า สามารถยิงสกัดโดรนยูเครนได้ 456 ลำในช่วงข้ามคืน แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนโดรนที่สามารถหลุดผ่านระบบป้องกันทางอากาศและโจมตีเป้าหมายได้ ขณะที่ฝ่ายยูเครนระบุว่า รัสเซียส่งโดรนโจมตียูเครนในช่วงคืนเดียวกัน 126 ลำ

การโจมตีเกิดขึ้นท่ามกลางการยกระดับปฏิบัติการโจมตีระยะไกลของทั้งสองฝ่าย โดยองค์การสหประชาชาติระบุว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นทำให้จำนวนพลเรือนเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากเหตุโจมตีในตาตาร์สถานแล้ว เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยูเครนรายงานว่า รัสเซียใช้ปืนใหญ่โจมตีพื้นที่ชุมชนในหมู่บ้านบูไกฟกา เขตชูฮุยอิฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบ้านเรือนหลายหลังพังเสียหาย

ขณะเดียวกัน มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเพิ่มเติมทั้งสองฝ่าย โดยเจ้าหน้าที่รัสเซียระบุว่า มีผู้หญิงเสียชีวิต 1 รายจากการโจมตีของยูเครนในแคว้นเบลโกรอด ซึ่งอยู่ติดชายแดนยูเครน ส่วนทางการยูเครนรายงานว่า มีชาย 1 รายเสียชีวิตจากโดรนรัสเซียโจมตีรถแท็กซี่ในแคว้นเคอร์ซอน ซึ่งอยู่ใกล้แนวหน้า

องค์การอนามัยโลกสำนักงานยุโรป ยังเปิดเผยว่า คลังสิ่งของขององค์กรในแคว้นดนีโปร ทางตอนกลางของยูเครน ถูกโจมตี 2 ครั้งภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ส่งผลให้เวชภัณฑ์ฉุกเฉินมูลค่าประมาณ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับสถานพยาบาลในพื้นที่แนวหน้าได้รับความเสียหายทั้งหมด แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บ

การโจมตีครั้งล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า สมรภูมิรัสเซีย-ยูเครนกำลังขยายออกไปไกลจากแนวหน้ามากขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายใช้โดรนและอาวุธระยะไกลโจมตีเป้าหมายด้านพลังงาน อุตสาหกรรม และพื้นที่พลเรือน ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อประชาชนเพิ่มสูงขึ้น แม้แนวรบหลักจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตรก็ตาม.


ที่มา Associated Press / AFP