รัฐเปอร์โตริโกของสหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการปันส่วนน้ำ โดยแบ่งประชาชนเป็น 2 กลุ่มแล้วสลับกันตัดการจ่ายน้ำ เพื่อรับมือภัยแล้งรุนแรงที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 รัฐบาลของรัฐเปอร์โตริโก ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในแคริบเบียน ประกาศใช้มาตรการปันส่วนน้ำประปาเพื่อรับมือภัยแล้งรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น โดยจะแบ่งครัวเรือนออกเป็น 2 กลุ่ม และสลับกัน “ตัดการจ่ายน้ำครั้งละ 48 ชั่วโมง” กระทบประชาชนหลายแสนคนและที่อยู่อาศัยกว่า 180,000 แห่ง

เปอร์โตริโกประกาศใช้มาตรการดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนด หลังจากพวกเขาต้องเผชิญเดือนกรกฎาคมที่แห้งแล้งที่สุดในประวัติศาสตร์ และปัจจุบันพื้นที่กว่า 68% ของเกาะตกอยู่ในภาวะภัยแล้ง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก “Carraízo” ลดลงสู่จุดวิกฤต

ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานเสื่อมโทรมทำให้น้ำประปาที่ผลิตได้ราว 65% สูญหายไปเปล่าๆ โดยไม่ได้รับค่าประปากลับคืนมา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากท่อน้ำรั่วและเก่าแก่ และปัญหาสะสมของตะกอนในอ่างเก็บน้ำ

นอกจากนั้น ผู้ว่าการรัฐ เจนนิเฟอร์ กอนซาเลซ ระบุว่า ยังมีไฟป่าซ้ำเติมภัยแล้งอีกกว่า 1,000 จุด และมีฝุ่นจากทะเลทรายซาฮาราปกคลุมน่านฟ้าแคริบเบียนซึ่งบดบังฝนไม่ให้ตกลงมามากเท่าที่ควร

มาตรการแบ่งสันปันส่วนน้ำของรัฐบาลเปอร์โตริโกทำให้ประชาชนต้องต่อคิวรอรับน้ำจากรถบรรทุกน้ำของรัฐบาลเพื่อนำใส่ภาชนะบรรจุกลับบ้าน ขณะที่เกิดความสับสนและความไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากในบางพื้นที่ที่ครบรอบต้องกลับมาจ่ายน้ำตามกำหนด 48 ชั่วโมงแล้ว แต่น้ำก็ยังไม่กลับมา

อนึ่ง เปอร์โตริโกเคยใช้มาตรการปันส่วนน้ำลักษณะนี้มาแล้วในปี 2558 และปี 2563 แต่ครั้งนี้ตอกย้ำถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังยื่นมือเข้าให้ความช่วยเหลือในขณะนี้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc