โดรนไม่ทราบที่มา 2 ลำ ถูกพบบินอยู่เหนือฐานทัพในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี เพียงไม่กี่วันหลังจากพบโดรนติดระเบิดที่สนามบินในเมืองไลป์ซิกเมื่อสัปดาห์ก่อน

ในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 กองทัพเยอรมนีออกมายืนยัน พบเห็นโดรน 2 ลำบินอยู่ใกล้กับฐานทัพในเมืองเมเคอนิช (Mechernich) ใกล้กับเมืองบอนน์ เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) โดยมีรายงานว่าฐานทัพดังกล่าวเป็นที่เก็บชิ้นส่วนของระบบป้องกันทางอากาศ "แพทริออต" (Patriot) ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ

โฆษกหญิงของกองบัญชาการร่วมกองทัพเยอรมนีระบุว่า สารวัตรทหารได้เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุก่อนจะส่งมอบเรื่องให้แก่ตำรวจท้องที่ดำเนินการต่อ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีล่าสุดของการพบเห็นโดรนใกล้กับฐานทัพหรือสนามบินในหลายประเทศแถบยุโรป ที่ให้การสนับสนุนยูเครนในสงครามกับรัสเซีย โดยหลายฝ่ายกล่าวหารัสเซียว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างความปั่นป่วนเหล่านี้ แต่รัฐบาลเครมลินปฏิเสธความเกี่ยวข้องมาโดยตลอด

ด้านนายอเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ท รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Bild เมื่อวันอาทิตย์ว่า เยอรมนีได้กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีเพื่อ “ทำลายเสถียรภาพ” อยู่เป็นประจำ

ขณะนี้ เยอรมนีกำลังเร่งสืบสวน กรณีการพบโดรนติดระเบิดที่สนามบินไลป์ซิก/ฮัลเล ว่ามันสามารถเข้าไปถึงรันเวย์ของสนามบินได้อย่างไร โดยสนามบินแห่งนี้ถูกใช้งานโดยองค์การนาโต (Nato), กองทัพเยอรมนี และยังเป็นฐานปฏิบัติการของสายการบินอันโตนอฟ (Antonov Airlines) ของยูเครนอีกด้วย

เมื่อบีบีซีสอบถามเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องที่มาของโดรนที่พบเหนือเมืองเมเคอนิชเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางกองทัพเยอรมนีปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานว่า ฐานทัพดังกล่าวมีคลังจัดเก็บอุปกรณ์และอะไหล่ที่ใช้สำหรับการบำรุงรักษาระบบขีปนาวุธแพทริออต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสามารถของยูเครนในการสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซีย นับตั้งแต่มอสโกเปิดฉากโจมตียูเครนเต็มรูปแบบในปี 2565

ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ออกมาเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรจัดส่งยุทโธปกรณ์ให้พวกเขาเพิ่มเติม พร้อมเตือนว่ายูเครนกำลังจะหมดขีปนาวุธสำหรับสกัดกั้น

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเคยเสนอจะมอบใบอนุญาตให้รัสเซียสามารถผลิตระบบป้องกันแพทริออตได้ด้วยตัวเอง กลับออกมากล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ไม่เคยมีข้อตกลงเช่นนั้นเกิดขึ้น


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc