ระดับน้ำในทะเลสาบมี้ด อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มกักเก็บน้ำเมื่อราว 90 ปีก่อน ท่ามกลางภัยแล้งรุนแรง หิมะสะสมในเทือกเขาร็อกกีลดลงเป็นประวัติการณ์ และการใช้น้ำเกินขนาด ส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 40 ล้านคนใน 7 รัฐของสหรัฐฯ และเม็กซิโก
สำนักการฟื้นฟูแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ระดับน้ำในทะเลสาบมี้ด (Lake Mead) ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ บริเวณคาบเกี่ยวชายแดนรัฐแอริโซนาและเนวาดา นอกเมืองลาสเวกัส ได้ลดลงเหลือเพียง 1,040.4 ฟุต (ประมาณ 317.1 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ นับตั้งแต่เริ่มกักเก็บน้ำเมื่อราว 90 ปีก่อน โดยทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2022
เจ.บี. แฮมบี ประธานคณะกรรมการแม่น้ำโคโลราโดแห่งแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญและน่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประชากรกว่า 3 ใน 4 ของลุ่มน้ำโคโลราโด หรือราว 30 ล้านคน กำลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับทะเลสาบมีด และย้ำว่ารัฐต่างๆ ที่พึ่งพาน้ำจากแม่น้ำสายนี้จำเป็นต้องลดปริมาณการใช้น้ำลงอย่างเร่งด่วน
วิกฤตครั้งนี้เกิดจากปัญหาความแห้งแล้งเรื้อรังที่ครอบคลุมตลอดสายแม่น้ำโคโลราโด โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำในเทือกเขาร็อกกี ซึ่งปกติการละลายของหิมะจะเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับแม่น้ำ ทว่าในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ปริมาณสะสมของหิมะ ในลุ่มน้ำโคโลราโดลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สร้างความกดดันอย่างหนักต่อเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม สัตว์ป่า ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ รวมถึงประชากรกว่า 40 ล้านคน ครอบคลุม 7 รัฐของสหรัฐฯ ชนเผ่าพื้นเมือง และประเทศเม็กซิโก
การใช้น้ำเกินขนาดสะสมมาหลายปี ผสมผสานกับภาวะแห้งแล้งและอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้ทั้งทะเลสาบมีดและทะเลสาบพาวเวลล์ (Lake Powell) ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของประเทศ ลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 70 ปี ส่งผลให้แท่นปล่อยเรือลงน้ำหลายแห่งต้องปิดตัวลง ย้ายตำแหน่ง หรือสร้างขึ้นใหม่เนื่องจากระดับน้ำลดลงจนเข้าถึงได้ยาก
เพื่อปกป้องความสามารถในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางตัดสินใจระงับการปล่อยน้ำเย็นจากเขื่อนเกลนแคนยอน ทางตอนเหนือของรัฐแอริโซนา เพื่อคุ้มครองปลาพื้นเมืองสายพันธุ์ "Humpback chub" ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในบริเวณดังกล่าว ขณะเดียวกัน รัฐบาลกลางได้เสนอข้อเสนอระยะสั้นให้รัฐในลุ่มน้ำตอนล่าง ได้แก่ แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย และเนวาดา ปรับลดปริมาณการดึงน้ำไปใช้ หลังจากการเจรจาในระยะยาวระหว่าง 7 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด แอริโซนา เนวาดา นิวเม็กซิโก ไวโอมิง และยูทาห์ ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้
ทั้งนี้ วิกฤตการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่เกิดขึ้นกับทะเลสาบมี้ด ซึ่งกักเก็บน้ำเหนือเขื่อนฮูเวอร์ ไม่เพียงส่งผลต่อการใช้น้ำเท่านั้น แต่ยังเคยทำให้เกิดการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ที่จมอยู่ใต้น้ำมายาวนาน และทำให้ทางการลาสเวกัสต้องติดตั้งระบบสูบน้ำจากระดับที่ลึกยิ่งขึ้นเพื่อส่งน้ำเลี้ยงประชาชนหลายล้านคน
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าจากอ่างเก็บน้ำ 54 แห่งทางตะวันตกของสหรัฐฯ ที่อยู่ภายใต้สำนักการฟื้นฟูฯ มีถึง 9 แห่งที่ระดับน้ำลดลงต่ำสุดในรอบ 30 ปี และจากแบบจำลองการพยากรณ์ คาดว่าระดับน้ำในทะเลสาบมีดจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้.
ที่มา Associated Press