ไต้ฝุ่น ดอลฟิน พัดเข้าถล่มจังหวัดโอกินาวะกับคาโงชิมะของญี่ปุ่นแล้ว พร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและลมกระโชกแรง ในขณะที่จีนสั่งปิดท่าเรือเพื่อเตรียมรับมือกับพายุลูกนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2569 ว่า พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” เคลื่อนตัวพัดถล่มจังหวัดโอกินาวะและคาโงชิมะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ล้มลงเนื่องจากลมกระโชกแรง
ไต้ฝุ่นดอลฟินมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงถึง 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อิทธิพลของไต้ฝุ่นทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบสิ่งปลูกสร้างกว่า 14,000 แห่งในโอกินาวะ และอีกเกือบ 39,000 แห่งในคาโงชิมะ นอกจากนี้ สายการบิน “ออลนิปปอน แอร์เวย์ส” (ANA) กับ “เจแปน แอร์ไลน์ส” ต้องยกเลิกเที่ยวบินเข้า-ออกจากโอกินาวะทั้งหมด
ขณะเดียวกัน พยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่า พายุดอลฟินจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีน ในพื้นที่ระหว่างเมืองโจมซาน ในมณฑลเจ้อเจียง และเมืองฟู่ติง มณฑลฝูเจี้ยน ในช่วงดึกวันอาทิตย์ถึงเช้าวันจันทร์นี้
ทางการจีนประกาศเตือนภัยพายุระดับสีส้ม ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดอันดับ 2 พร้อมประกาศเตือนภัยคลื่นลมแรงระดับสีแดง หรือขั้นสูงสุด โดยคาดว่าชายฝั่งเจ้อเจียงจะมีคลื่นสูง 5–8 เมตร ส่วนเซี่ยงไฮ้และฝูเจี้ยนตอนเหนืออาจมีคลื่นสูง 3–5.5 เมตร
นอกจากนั้น อิทธิพลของพายุจะทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรง กระทบพื้นที่ทางตะวันออกของจีนไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม โดยบางพื้นที่ในมณฑลเจ้อเจียงอาจมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 600 มิลลิเมตร
ทางการมณฑลเจ้อเจียงสั่งระงับปฏิบัติการของท่าเรือต่างๆ รวมถึงบริการเรือข้ามฟาก, การก่อสร้าง และสั่งให้เรือประมงกลับเข้าฝั่ง ส่วนท่าเรือหยางซานในเซี่ยงไฮ้ได้ระบายเรือออกจากพื้นที่แล้ว และบริการรถไฟในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีบางส่วนจะหยุดให้บริการตั้งแต่วันอาทิตย์
ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติ หนิงป๋อ หลี่เซ่อ (Ningbo Lishe) ก็สั่งยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในวันอาทิตย์
ส่วนที่ไต้หวัน คาดว่าจะมีฝนตกหนักทางตอนเหนือในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งทางการได้สั่งยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศแล้ว 78 เที่ยวบิน
แต่ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมรับมือพายุก็ยังเกิดประเด็นขัดแย้งขึ้น เมื่อจีนออกคำสั่งให้เรือที่แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันปฏิบัติตามคำสั่งควบคุมการจราจรทางน้ำของจีน ทำให้ไต้หวันออกมาแสดงความไม่พอใจ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna