องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเตือน ผู้อพยพเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองดูแลหลายร้อยคน กำลังเผชิญความเสี่ยงถูกล่วงละเมิด แสวงหาประโยชน์ และค้ามนุษย์ หลังข้ามพรมแดนจากโมร็อกโก เข้ามาระเหเร่ร่อนในเมืองเซวตา
โฆเซ มิเกล โมราเลส ผู้อำนวยการองค์กร Federacion Sur Acoge ซึ่งทำงานด้านสิทธิและช่วยเหลือผู้อพยพในภาคใต้ของสเปน แสดงความเป็นห่วงถึงสวัสดิภาพของผู้อพยพในเมืองเซวตา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้อพยพเด็กที่เดินทางมาโดยไม่มีผู้ปกครองหลายร้อยคน ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงถูกล่วงละเมิด แสวงหาประโยชน์ และค้ามนุษย์ หลังต้องนอนกลางถนนในเมืองเซวตา ดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ ภายหลังจากผู้อพยพจำนวนมหาศาลหลั่งไหลข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเด็กหลายคนที่ต้องใช้ชีวิตบนท้องถนน ถูกทำร้ายร่างกายและตกเป็นเหยื่อการใช้ความรุนแรง ทุกวันนี้ยังไม่มีทางออกและที่พักที่ปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง จะยิ่งเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ เขาระบุว่า เด็กบางคนมีอายุเพียง 10 ปี หรือน้อยกว่านั้น และหลายคนอายุไม่ถึง 14 ปี
แม้ว่าผู้อพยพส่วนใหญ่จะเดินทางกลับโมร็อกโกแล้ว แต่ทางการสเปนยังคงประสบปัญหาในการดูแลเด็กชาวโมร็อกโกที่ยังคงอยู่ในเซวตา เนื่องจากเด็กที่เดินทางมาโดยลำพังไม่สามารถถูกผลักดันกลับประเทศได้ทันทีตามกฎหมาย
ขณะที่องค์กร Save the Children เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งขึ้นทะเบียนเด็กทุกคน พร้อมเตือนว่าเด็กผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษต่อการใช้ความรุนแรง การค้ามนุษย์ และการแสวงหาประโยชน์
รัฐบาลสเปนเปิดเผยว่า จากผู้อพยพราว 72,000 คนที่เดินทางเข้าสู่เซวตาระหว่างวันที่ 30-31 กรกฎาคม มีประมาณ 70,000 คนเดินทางกลับโมร็อกโกแล้ว เหลืออยู่ราว 2,000 คน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารเมืองเซวตาซึ่งอยู่ภายใต้การนำของฝ่ายค้าน ระบุว่าจำนวนผู้ที่ยังตกค้างมีมากกว่านั้น และรวมถึงเด็กที่เดินทางมาโดยไม่มีผู้ปกครองมากกว่า 1,000 คน
ผู้สื่อข่าว AFP รายงานว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พบเด็กจำนวนมากขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ที่พัก และสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน
ผู้อพยพจำนวนหนึ่งรวมตัวอยู่ตามพื้นที่ป่า ชายหาด และย่านที่พักอาศัย หลายคนต้องนอนกลางแจ้ง ใช้ถุงพลาสติกหรือเสื้อยืดคลุมหน้าเพื่อบังแดด ขณะที่รองเท้า ขวดน้ำ และสัมภาระเพียงเล็กน้อยถูกวางไว้ข้างตัว สะท้อนถึงการไม่มีที่พักอาศัยถาวร
ศูนย์พักพิงสำหรับผู้อพยพของเมืองต้องปิดรับผู้เข้าพักเพิ่มเติม เนื่องจากเต็มความจุ ทำให้หลายคนต้องนอนรออยู่ด้านนอก
ทางการเมืองเซวตาระบุว่า ขณะนี้มีเด็กที่ต้องได้รับการดูแลประมาณ 1,100 คน ขณะที่ศูนย์พักพิงมีศักยภาพรองรับได้เพียง 90 คนเท่านั้น
อเลฮานโดร รามิเรซ รองประธานเมืองเซวตา กล่าวว่า ระบบรองรับของเมืองเกินขีดความสามารถโดยสิ้นเชิง และสถานการณ์ในขณะนี้ไม่อาจรองรับได้อีกต่อไป โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดัดแปลงโรงเรียนและคลังสินค้าเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อรองรับเด็กที่ยังไม่มีที่อยู่ ในระหว่างนี้ เด็กที่พักอาศัยอยู่บนท้องถนนต้องพึ่งพาอาหารและสิ่งของจำเป็นจากองค์กรการกุศลและชาวเมือง
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ อนุมัติงบประมาณ 25 ล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือเมืองเซวตาในการดูแลเด็กที่เดินทางมาโดยไม่มีผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม แผนกระจายเด็กเหล่านี้ไปยังแคว้นอื่นของสเปนกลับเผชิญการคัดค้านจากหลายพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคฝ่ายค้าน Popular Party (PP) และพรรคขวาจัด Vox ซึ่งประกาศไม่รับโอนเด็กผู้อพยพเข้าพื้นที่ของตน
ซันติอาโก อาบาสกัล ผู้นำพรรค Vox ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าไม่ควรใช้เงินภาษีของชาวสเปนแม้แต่ยูโรเดียว เพื่อคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย
ผู้อพยพหลายคนเปิดเผยว่า พวกเขาเดินทางมายังเซวตาเพื่อหลบหนีความยากจน ขณะที่นักวิจัยพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวลือเท็จผ่านโซเชียลมีเดียว่าพรมแดนถูกเปิดให้ผ่านได้อย่างเสรี
เหตุการณ์ผู้อพยพหลั่งไหลเข้าสู่เซวตาครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 คนในฝั่งสเปน ขณะที่ทางการโมร็อกโกระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 11 คนในฝั่งของตน
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ