สำนักงานการบินสหรัฐฯ สั่งตรวจสอบเครื่องบิน โบอิ้ง 737 MAX กว่า 470 ลำ หลังพบรอยร้่าวบริเวณโครงสร้างใกล้ประตูบริการ เตือนหากปล่อยไว้เสี่ยงกระทบความแข็งแรงของลำตัวเครื่อง แม้ยังไม่สั่งระงับการบิน
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Aviation Administration: FAA) ออกคำสั่งให้ตรวจสอบเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ จำนวนประมาณ 471 ลำ หลังตรวจพบรอยร้าวในโครงสร้างของเครื่องบิน ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของลำตัวเครื่อง หากไม่ได้รับการตรวจพบและซ่อมแซม
รายงานข่าวระบุว่า คำสั่งนี้ครอบคลุมเครื่องบิน "737 MAX 8" "737 MAX 9" และ "MAX 8-200" โดย FAA ระบุว่า พบรอยร้าวในชิ้รส่วนเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณรอบประตูบริการด้านหน้าฝั่งขวา ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ครัวส่วนหน้าของเครื่องบิน โดยกำหนดให้สายการบินตรวจสอบบริเวณนี้ตามรอบการใช้งานของเครื่องบินแต่ละลำ และหากพบรอยร้าว จะต้องดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จก่อนนำเครื่องบินกลับมาให้บริการ
อย่างไรก็ตาม FAA ยังไม่สั่งระงับการบินของเครื่องบินรุ่นเหล่านี้ โดยระบุว่าช่วงเวลาที่กำหนดสำหรับการตรวจสอบมีความถี่เพียงพอที่จะตรวจพบความเสียหายได้ก่อนที่รอยร้าวจะส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของโครงสร้างเครื่องบิน ทั้งนี้ คำสั่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ด้านบริษัทโบอิ้งเปิดเผยว่า ได้ดำเนินการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมเพื่อหาสาเหตุของการเกิดรอยร้าว และอยู่ระหว่างพัฒนาแนวทางปรับปรุงการออกแบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต พร้อมระบุด้วยว่า ยังไม่พบปัญหานี้ในฝูงบิน 737 MAX ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ โบอิ้งยังคงเผชิญแรงกดดันด้านมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดเหตุแผงประตูฉุกเฉิน ของเครื่องบินสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส หลุดกลางอากาศเมื่อเดือนมกราคม 2567 โดยผลการสอบสวนของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (National Transportation Safety Board: NTSB) พบว่า เครื่องบินถูกส่งมอบให้สายการบินทั้งที่ไม่ได้มีการติดตั้งสลักเกลียว 4 ตัว ซึ่งใช้ยึดแผงประตู.
ที่มา AFP