ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ระบุว่า ยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย 2 แห่งในแคว้นยาโรสลาฟล์และบัชคอร์โตสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากแนวรบหลายร้อยกิโลเมตร ขณะที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีหลายพื้นที่ของยูเครน ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงเรือสินค้าที่บรรทุกข้าวสาลียูเครนในทะเลดำ
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยวันนี้ (6 ส.ค.) ว่า กองกำลังยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย 2 แห่ง ระหว่างปฏิบัติการโจมตีระยะไกลในช่วงกลางคืน โดยเป้าหมายอยู่ห่างจากแนวหน้าหลายร้อยกิโลเมตร
เซเลนสกีระบุว่า โรงกลั่นที่ถูกโจมตี ได้แก่ โรงกลั่นสลาฟเนฟต์-ยาโนส ในเมืองยาโรสลาฟล์ ทางเหนือของกรุงมอสโก ห่างจากแนวรบราว 700 กิโลเมตร และโรงกลั่นบัชเนฟต์-โนวอยล์ ในแคว้นบัชคอร์โตสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าประมาณ 1,300 กิโลเมตร พร้อมกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียและ “เพิ่มโอกาสทางการทูต” โดยเรียกร้องให้รัสเซียเลือกสันติภาพ
โรงกลั่นสลาฟเนฟต์-ยาโนสถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบประมาณ 15 ล้านตันต่อปี ผลิตทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ เชื้อเพลิงอากาศยาน และผลิตภัณฑ์น้ำมันหลากหลายประเภท โดยมีพนักงานประมาณ 3,500 คน
มิคาอิล เยฟราเยฟ ผู้ว่าการแคว้นยาโรสลาฟล์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเผชิญการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดโดรนได้ 92 ลำ แต่เศษซากที่ตกลงมาทำให้บ้าน 3 หลังเกิดเพลิงไหม้ และสร้างความเสียหายต่อถังเก็บน้ำมันของโรงกลั่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดและทำลายโดรนยูเครนได้ทั้งหมด 605 ลำในช่วงกลางคืน ครอบคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงมอสโก ทะเลดำ และแคว้นยาโรสลาฟล์ ขณะเดียวกัน ยูเครนยังอ้างว่าได้โจมตีเรือลาดตระเวนทางทหารของรัสเซีย 2 ลำ รวมถึงเรือที่เกี่ยวข้องกับกองเรือเงาของรัสเซียในทะเลดำ
การโจมตีเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบระยะไกลที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยก่อนหน้านี้รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน และสร้างความเสียหายต่อคลังสินค้าและธุรกิจหลายแห่งในเมืองหลวงของยูเครน
ล่าสุด รัสเซียยังโจมตีเมืองบาราคลียา ในแคว้นคาร์คิฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนในพื้นที่ชุมชน ขณะที่เมืองซูมีมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 คน ที่เมืองโลโซวา ในแคว้นคาร์คิฟ การโจมตีของรัสเซียยังทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คนบริเวณสถานีรถไฟ
ส่วนในเมืองโอเดสซา ทางตอนใต้ของยูเครน เรือพาณิชย์ที่บรรทุกข้าวสาลียูเครนถูกโจมตีในทะเลดำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน ตามข้อมูลของผู้ว่าการแคว้นโอเดสซา เรือซึ่งชักธงกินี-บิสเซาได้รับความเสียหายบริเวณตัวเรือและเกิดไฟไหม้บนเรือ
ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่า ได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้า 2 ลำในทะเลดำ ซึ่งกล่าวหาว่ากำลังขนอาวุธเข้าสู่ยูเครน บริเวณใกล้ท่าเรือโอเดสซา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเรือบรรทุกข้าวสาลีที่ถูกโจมตีหรือไม่
ทะเลดำยังคงเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าและธัญพืชของยูเครน และตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากฝ่ายบริหารท่าเรือยูเครนระบุว่า ในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว รัสเซียโจมตีเรือพลเรือน 57 ครั้ง โดย 22 ครั้งเกิดขึ้นในทะเล และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรืออีก 67 ครั้ง
การโจมตีระยะไกลที่เพิ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามยังคงหยุดชะงัก และทำให้ความสูญเสียในหมู่พลเรือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังรัสเซียเปิดฉากการรุกรานครั้งใหญ่ต่อยูเครนมานานกว่า 4 ปี.